ไหว้ 8 พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำวันเกิดในจังหวัดนครพนม ประเทศไทย

  • อ่าน (5,260)
  • ByWebmaster
  • 17:17:17 | 15 ต.ค. 2564

ไหว้ 8 พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำวันเกิดในจังหวัดนครพนม

8 Sacred Relics in Nakhon Phanom, Thailand

 

             จังหวัดนครพนมตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนติดกับริมแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทยลาว ที่นี่จึงมีสภาพทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และมีปูชนียสถานอันทรงคุณค่าทางศาสนาหลายแห่ง โดยเฉพาะองค์พระธาตุและวัดวาอารามที่งดงาม เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เหมาะกับการออกทริปทำบุญ ไหว้พระ สักการะสิ่งศักสิทธิ์ และขอพร โดยไฮไลท์ของการท่องเที่ยวจังหวัดนครพนมคือการนมัสการองค์พระธาตุทั้งแปด ซึ่งเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครพนม และแต่ละแห่งยังเป็นพระธาตุประจำวันเกิดอีกด้วย ซึ่งหากใครพอมีเวลาก็สามารถแวะสักการะได้ทั้งแปดแห่งเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

 
แผนที่ตั้ง พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำวันเกิดทั้ง 8 แห่ง ในจังหวัดนครพนม


1. พระธาตุพนม (พระธาตุประจำวันเกิด : วันอาทิตย์)

 

             พระธาตุพนมตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารซึ่งเป็นวัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร พระธาตุพนมเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดในวันอาทิตย์ มีประวัติแรกสร้างตั้งแต่ปีพ.ศ. 8 และผ่านการบูรณะต่อเนื่องกันมาหลายยุคหลายสมัยจนถึงในปัจจุบัน องค์พระธาตุใช้สถาปัตยกรรมแบบขอม ด้านนอกประดับลวดลายอันวิจิตรงดงาม มีฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร ด้านบนประดับด้วยฉัตรทองคำ ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า และของมีค่ามากมาย เชื่อกันว่าอานิสงส์แห่งการที่ได้มานมัสการพระธาตุแห่งนี้จะส่งผลให้เป็นผู้มีบุญบารมีและเป็นที่เคารพนับถือ โดยเครื่องสักการะที่ใช้ได้แก่ ธูป 5 ดอก เทียน 2 เล่ม ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง และดอกไม้สีแดง และเชื่อว่าหากใครได้มานมัสการพระธาตุจนครบ 7 ครั้งนั้นถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” และหากใครต้องการมีบุตรก็สามารถมาอธิษฐานขอได้

การเดินทาง : จากตัวเมืองนครพนมไปยังพระธาตุพนม มีระยะทางประมาณ 55 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 1 ชั่วโมง

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 05:00 น. – 20:00 น.

พิกัด GPS : 16°56'33.5"N 104°43'25.9"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ พระธาตุพนม ได้ที่https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=211 


2. พระธาตุเรณู (พระธาตุประจำวันเกิด : วันจันทร์)

 

             พระธาตุเรณูตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุเรณูซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธากันมาอย่างช้านานโดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเจ้าเมืองคนแรก พระธาตุเรณูเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ พระธาตุแห่งนี้มีอายุประมาณหนึ่งร้อยกว่าปี สร้างขึ้นโดยจำลองแบบมาจากพระธาตุพนม แต่มีขนาดเล็กกว่า มีความสูง 35 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 8.37 เมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว และมีซุ้มประตูทั้งสี่ทิศ ด้านนอกทาสีขาว ตกแต่งลวดลายด้วยศิลปะล้านช้างอย่างวิจิตรงดงาม ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์ธาตุของพระอัญญาโกณฑัญญะและพระสารีบุตร รวมทั้งพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน และของมีค่ามากมาย เชื่อกันว่าอานิสงส์ของการนมัสการพระธาตุแห่งนี้จะส่งผลให้มีวรรณะงดงามผุดผ่องดั่งแสงจันทร์ โดยเครื่องสักการะที่ใช้ได้แก่ ธูป 15 ดอก เทียนขาว 2 เล่ม พวงมาลัย ดอกไม้สีเหลือง น้ำอบไทย ข้าวเหนียวปิ้ง และข้าวพอง

การเดินทาง : จากพระธาตุพนมไปยังพระธาตุเรณู มีระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08:00 น. – 18:00 น.

พิกัด GPS : 17°02'51.8"N 104°40'35.1"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ พระธาตุเรณู ได้ที่https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=633


3. พระธาตุศรีคุณ (พระธาตุประจำวันเกิด : วันอังคาร)

 

             พระธาตุศรีคุณตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุศรีคุณซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครพนม พระธาตุศรีคุณเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอังคาร พระธาตุแห่งนี้มีอายุราวสามร้อยปี มีลักษณะคล้ายพระธาตุพนมแต่องค์เล็กกว่า โดยมีความสูง 24 เมตร ด้านนอกตกแต่งลวดลายศิลปะอย่างวิจิตรงดงามเป็นรูปองค์เทวดาและต้นไม้ บริเวณยอดประดับด้วยฉัตรทอง มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ทิศ ภายในบรรจุพระอรหันต์ธาตุของพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร และพระสังกัจจายะนะ ที่นำมาจากประเทศอินเดียเชื่อกันว่าผู้ที่มานมัสการจะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้พบแต่ความสุข ความสำเร็จในชีวิต มีโชคลาภทวีคูณ เจริญด้วยสติปัญญา ลาภ ยศ สรรเสริญโดยเครื่องสักการะที่ใช้ได้แก่ ธูป 4 ดอก เทียนขาว 2 เล่ม ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง และดอกไม้สีชมพู

การเดินทาง : จากพระธาตุพนมไปยังพระธาตุศรีคุณ มีระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08:00 น. – 18:00 น.

พิกัด GPS : 16°56'41.7"N 104°29'49.3"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ พระธาตุศรีคุณ ได้ที่https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=634 


4. พระธาตุมหาชัย (พระธาตุประจำวันเกิด : วันพุธกลางวัน)

 

             พระธาตุมหาชัยตั้งอยู่ที่วัดธาตุมหาชัย เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดในวันพุธกลางวัน องค์พระธาตุนี้มีความแตกต่างจากองค์พระธาตุอื่นตรงที่มีรูปทรงแปดเหลี่ยม มีความสูง 37 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสูงสามเมตร ภายนอกองค์พระธาตุตกแต่งลวดลายเทวดาอย่างวิจิตรงดงาม ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์ธาตุของพระอัญญาโกณฑัญญะ พระสารีบุตร และพระอนุรุทธเถระ เชื่อกันว่าผู้ใดที่มาสักการะพระธาตุแห่งนี้ อานิสงส์จะส่งผลให้ประสบแต่ชัยชนะในชีวิต มีศิลปะในการเจรจา และค้าขายร่ำรวย โดยเครื่องสักการะที่ใช้ได้แก่ ธูป ดอก เทียน 2 เล่ม ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง และดอกบัว นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ที่นักท่องเที่ยวมักจะแวะเวียนไปสักการะอีกด้วย เช่น องค์พระพุทธไชยสิทธิ์ และร่างหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดนครพนม

การเดินทาง : จากพระธาตุพนมไปยังพระธาตุมหาชัย มีระยะทางประมาณ 47กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08:00 น. – 18:00 น.

พิกัด GPS : 17°16'43.6"N 104°27'32.4"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ พระธาตุมหาชัย ได้ที่https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=635 


5. พระธาตุมรุกขนคร (พระธาตุประจำวันเกิด : วันพุธกลางคืน)

 

             พระธาตุมรุกขนครตั้งอยู่ภายในวัดมรุกขนครซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุราวสามร้อยปี พระธาตุมรุกขนครเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดในวันพุธกลางคืน องค์พระธาตุแห่งนี้เป็นพระธาตุบริวารของพระธาตุพนมองค์ที่อายุน้อยที่สุด โดยมีอายุเพียงสามสิบปีเท่านั้น สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี องค์พระธาตุมีลักษณะคล้ายพระธาตุพนมแต่มีขนาดเล็กกว่า โดยเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ก่ออิฐถือปูน ฐานกว้างด้านละ 20 เมตร สูง 50.9 เมตร ทาสีขาวและตกแต่งลวดลายสีทองอย่างวิจิตรงดงาม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วและซุ้มประตู ด้านบนยอดประดับด้วยฉัตรทอง ภายในบรรจุพระสารีริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่าอานิสงส์ที่ได้จากการมานมัสการพระธาตุแห่งนี้จะส่งให้มีแต่ความเจริญ รอบรู้ และทำการค้ารุ่งเรือง โดยเครื่องสักการะที่ใช้ได้แก่ ธูป 3 ดอก เทียน 2 เล่ม ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง และดอกบัว

การเดินทาง : จากพระธาตุพนมไปยังพระธาตุมรุกขนคร มีระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08:00 น. – 18:00 น.

พิกัด GPS : 17°05'48.0"N 104°45'44.1"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ พระธาตุมรุกขนคร ได้ที่https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=636 


6. พระธาตุประสิทธิ์ (พระธาตุประจำวันเกิด : วันพฤหัสบดี)

 

             พระธาตุประสิทธิ์ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุประสิทธิ์ซึ่งเป็นเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครพนม พระธาตุประสิทธิ์เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดในวันพฤหัสบดี องค์พระธาตุนี้สร้างจำลองแบบมาจากพระธาตุพนมบางส่วน มีความกว้างด้านละ 7.20 เมตร สูง 24.52 เมตร ด้านบนประดับด้วยยอดฉัตร องค์พระธาตุทาสีขาวประดับลวดลายสีทอง ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วและซุ้มประตู และได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันต์ธาตุรวม 14 พระองค์ และดินจากสังเวชนียสถาน 4 แห่งคือ สถานที่ประสูติ สถานที่ตรัสรู้ สถานที่แสดงพระธรรมเทศนา และสถานที่ปรินิพพานมาบรรจุไว้ในองค์พระธาตุ เชื่อกันว่าอานิสงส์จากการนมัสการพระธาตุแห่งนี้จะส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการงาน มีความก้าวหน้าสมดั่งใจหมาย โดยเครื่องสักการะที่ใช้ได้แก่ ธูป 19 ดอก เทียน 2 เล่ม ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง และดอกไม้สีแดง

การเดินทาง : จากพระธาตุพนมไปยังพระธาตุประสิทธิ์ มีระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08:00 น. – 18:00 น.

พิกัด GPS : 17°29'02.9"N 104°05'50.6"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ พระธาตุประสิทธิ์ ได้ที่https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=637 


7. พระธาตุท่าอุเทน (พระธาตุประจำวันเกิด : วันศุกร์)

 

             พระธาตุท่าอุเทนตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุท่าอุเทน ใกล้กับแม่น้ำโขง และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดในวันศุกร์ องค์พระธาตุมีอายุราวหนึ่งร้อยปี สร้างขึ้นแบบก่ออิฐถือปูน มีรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายกับพระธาตุพนม แต่แตกต่างกันตรงที่มีขนาดฐานเล็กกว่า และสูงกว่าพระธาตุพนม โดยมีความสูง 66 เมตร ด้านนอกตกแต่งลวดลายอย่างงดงาม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันต์ธาตุ มีความเชื่อกันว่าผู้ที่มานมัสการองค์พระธาตุนี้ อานิสงส์จะส่งผลให้ชีวิตมีแต่ความรุ่งโรจน์ โดยเครื่องสักการะที่ใช้ได้แก่ ธูป 21 ดอก เทียน 2 เล่ม ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง และดอกไม้สีฟ้าหรือสีน้ำเงิน

การเดินทาง : จากพระธาตุพนมไปยังพระธาตุท่าอุเทน มีระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08:00 น. – 18:00 น.

พิกัด GPS : 17°34'54.3"N 104°35'27.6"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ พระธาตุท่าอุเทน ได้ที่ : https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=638 


8. พระธาตุนคร (พระธาตุประจำวันเกิด : วันเสาร์)

 

             พระธาตุนครตั้งอยู่ภายในวัดมหาธาตุริมฝั่งแม่น้ำโขงซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่มาตั้งแต่แรกสร้างเมืองนครพนม พระธาตุนครเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดในวันเสาร์ พระธาตุแห่งนี้มีอายุราวหนึ่งร้อยปี สร้างโดยจำลองแบบมาจากพระธาตุพนมองค์เดิม เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 5.85 เมตร สูง 24 เมตร ภายนอกตกแต่งลวดลายอย่างวิจิตรงดงาม ภายในบรรจุพระสารีริกธาตุและพระอรหันต์ธาตุ รวมทั้งพระพุทธรูป และของมีค่าต่างๆ ที่ผู้มีจิตศรัทธาได้บริจาคให้กับทางวัด เชื่อกันว่าอานิสงส์ที่ได้จากการมานมัสการองค์พระธาตุแห่งนี้จะส่งผลให้เกิดอำนาจวาสนาและบารมี โดยเครื่องสักการะที่ใช้ได้แก่ ธูป 9 ดอก เทียน 2 เล่ม ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง และดอกไม้สีม่วง

การเดินทาง : จากพระธาตุพนมไปยังพระธาตุนคร มีระยะทางประมาณ 50  กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08:00 น. – 18:00 น.

พิกัด GPS : 17°23'29.0"N 104°47'32.9"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ พระธาตุนคร ได้ที่https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=639 



ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้
: เว็บไซต์พยากรณ์อากาศ https://www.accuweather.com/

                    เว็บไซต์จังหวัดนครพนม http://www2.nakhonphanom.go.th/     

                    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://thai.tourismthailand.org/

                    บริการขนส่ง (รถทัวร์ประจำทาง) http://www.busticket.in.th , http://www.thairoute.com

                    สกุลเงินที่ใช้ : บาท (THB)

                    ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ https://www.xe.com/currencyconverter/


แอปพลิเคชันแนะนำสำหรับเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ในประเทศไทย

                   - Grab สามารถดาวน์โหลดได้ที่ App Store (iOS) และ Play Store (Android)


อัตราค่าบริการแท็กซี่ (
TAXI FARE)


อัตราค่าครองชีพ (
DAILY COST)


สภาพอากาศ (WEATHER)

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดยโสธร ประเทศไทย

จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของไทยที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชี จังหวัดยโสธรมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมหลายแห่ง เพราะเป็นเมืองที่ผ่านประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยทวาราวดี วันนี้ทาง Palanla จึงได้รวบรวมสถานที่ที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดยโสธรมาฝากทุกท่านไว้ในบทความนี้

อ่านต่อ

วัดพระพุทธบาทยโสธร จังหวัดยโสธร ประเทศไทย

วัดพระพุทธบาทยโสธร (Wat Phra Buddhabat Yasothon) เป็นวัดที่มีความสวยงามจากหมู่อาคารสีขาวท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนนิยมมาเที่ยวชมวัดและสักการะโบราณวัตถุทางพุทธศาสนาอันได้แก่ รอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางนาคปรก และศิลาจารึกโบราณที่มีอายุราวห้าร้อยปี รวมทั้งพระพุทธรูปหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ และพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ภายในเจดีย์ของวัดอีกด้วย วัดแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวัดดังของจังหวัดยโสธรที่ควรค่าต่อการมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

อ่านต่อ

8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดในภาคอีสานตอนล่างที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่เป็นจุดชมวิวอันน่าประทับใจ ไปจนถึงแหล่งโบราณสถานอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และวัดวาอารามที่สร้างขึ้นอย่างงดงามให้เที่ยวชม วันนี้ทาง Palanla ได้รวบรวม 8 สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดศรีเกษมาฝากทุกท่านกันในบทความนี้

อ่านต่อ

ผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

ผามออีแดง (Pha Mor E Daeng) เป็นหน้าผาที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นปราสาทเขาพระวิหาร ป่าไม้ และบ้านเมืองของกัมพูชาที่อยู่ไกลออกไปได้ ในยามเช้าของช่วงปลายฝนต้นหนาวจะเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม ส่วนในยามพระอาทิตย์ตกดินจะมองเห็นฝูงค้างคาวบินออกมาจากถ้ำเพื่อหากิน นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์ของผามออีแดงคือภาพจิตรกรรมโบราณที่ถูกสลักไว้ริมหน้าผาซึ่งมีความเก่าแก่กว่าหนึ่งพันห้าร้อยปีทีเดียว ถือเป็น Unseen Thailand ที่คุ้มค่าต่อการมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

อ่านต่อ

น้ำตกสำโรงเกียรติ จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

น้ำตกสำโรงเกียรติ (Samrong Kiat Waterfall) เป็นน้ำตกที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด น้ำตกแห่งนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่บริเวณด้านบนหน้าผาจะมีแอ่งลานหินขนาดใหญ่รองรับธารน้ำเอาไว้ก่อนที่จะไหลตกลงมาตามชั้นหน้าผา น้ำตกสำโรงเกียรติมีน้ำไหลตลอดปี และจะมีน้ำมากที่สุดในช่วงฤดูฝน บรรยากาศโดยรอบมีความร่มรื่นจากป่าไม้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการมาเล่นน้ำ นั่งพักผ่อนหย่อนใจ และถ่ายภาพสวยๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน

อ่านต่อ

เกาะกลางน้ำ จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

เกาะกลางน้ำ (Koh Klang Nam) เป็นเกาะที่อยู่ใจกลางอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำคำในอำเภอเมืองศรีสะเกษ บนเกาะแห่งนี้เป็นสวนสาธาณะขนาดใหญ่และเป็นที่ตั้งของอาคารสำคัญหลายแห่ง เช่น หอศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติที่เป็นหอชมเมืองศรีสะเกษได้รอบทิศ และศรีสะเกษอควาเรียมซึ่งเป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นี่จึงเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดศรีสะเกษอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

วัดบุไผ่ (วัดบ้านไร่ 2) จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

วัดบุไผ่ (วัดบ้านไร่ 2) Wat Bu Pai (Wat Ban Rai 2) เป็นวัดที่ตั้งตระหง่านบนเนินเขาในอำเภอวังน้ำเขียว ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ หรือ พระเทพวิทยาคม พระเกจิดังวัดบ้านไร่องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

อ่านต่อ

วัดแสงธรรมวังเขาเขียว จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

วัดแสงธรรมวังเขาเขียว (Wat Saeng Tham Wang Khao Khiao) เป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ศรีแสงธรรมวิสุทธิมงคล พระมหาเจดีย์รูปทรงดอกบัวสีขาวตั้งตระหง่านสง่างามอยู่กลางคูน้ำ ท่ามกลางสวนหย่อมสีเขียวขนาดใหญ่และแวดล้อมด้วยหุบเขาสีเขียวขจีของอำเภอวังน้ำเขียว

อ่านต่อ

ผาเก็บตะวัน จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

ผาเก็บตะวัน (Pha Kep Tawan) หนึ่งในที่เที่ยววังน้ำเขียวที่เป็นจุดชมวิวที่มีทัศนียภาพสวยงาม แวดล้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เหมาะแก่การแวะมาชมวิวผ่อนคลาย หรือหากต้องการกางเต็นท์ค้างคืนก็ได้เช่นกัน

อ่านต่อ

วัดป่าโนนสวรรค์ จังหวัดร้อยเอ็ด ประเทศไทย

วัดป่าโนนสวรรค์ (Wat Pa Non Sawan) เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดร้อยเอ็ด ภายในวัดมีความน่าตื่นตาตื่นใจของประติมากรรมปูนปั้นมากมายที่ถ่ายทอดเรื่องเกี่ยวกับพุทธประวัติ พระธรรมคำสอน รวมถึงวรรณคดีไทยชื่อดังต่างๆ ให้ได้เดินเที่ยวชม และภายในวัดยังโดดเด่นด้วยองค์เจดีย์ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างงดงาม รวมถึงศิลปะการตกแต่งที่ใช้หม้อดินมาประดับในส่วนต่างๆ โดยรอบจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว วัดแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดร้อยเอ็ดที่ไม่ควรพลาดชม

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ