พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จังหวัดยโสธร ประเทศไทย

  • อ่าน (10,811)
  • ByWebmaster
  • 17:30:42 | 6 พ.ค. 2564

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จังหวัดยโสธร ประเทศไทย

Phaya Khan Khak Museum, Yasothon, Thailand 


พิพิธภัณฑ์พญาคันคากเป็นอาคารรูปร่างคางคกสีส้ม 

             พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก (Phaya Khan Khak Museum) เป็นแลนด์มาร์กในรูปแบบอาคารรูปร่างคางคกสีส้มที่ตั้งตระหง่านอย่างยิ่งใหญ่อยู่ริมแม่น้ำทวน ภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติของอำเภอเมืองยโสธร ภายในเป็นอาคารศูนย์การเรียนรู้ด้านชีววิทยาและระบบนิเวศน์ของสัตว์สะเทินสะเทินบก และนิทรรศการความเชื่อกับประเพณีท้องถิ่นของจังหวัดยโสธร ด้านบนบริเวณปากคางคกเป็นจุดชมวิวเมืองยโสธรที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก


แผนที่ตั้ง พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก (Phaya Khan Khak Museum) จังหวัดยโสธร ประเทศไทย


ประวัติ

             พิพิธภัณพ์พญาคันคากเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่สื่อถึงวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อของชาวยโสธรได้อย่างชัดเจน เปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2562 โดยภายในตัวอาคารพญาคันคากมีการจัดนิทรรศการทั้งหมด 5 ชั้น ดังนี้

                          ชั้นที่ 1 จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติของพญาคันคาก และที่มาของพิพิธภัณฑ์

                          ชั้นที่ 2 จัดแสดงวงจรชีวิตของคางคก และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกจำนวน 6 ชนิด

                          ชั้นที่ 3 เป็นพิพิธภัณฑ์บั้งไฟจำลอง และเรื่องราวของประเพณีบุญบั้งไฟ

                          ชั้นที่ 4 แผนที่แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดยโสธรทั้ง 9 อำเภอ

                          ชั้นที่ 5 เป็นจุดชมวิว บริเวณปากคันคาก

             นอกจากนี้ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกัน จะมีแลนด์มาร์กอีกแห่งหนึ่งเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์พญานาค ที่เรียกกันว่า วิมานพญาแถน โดยสองแลนด์มาร์กนี้มีที่มาที่ไปจากตำนานเรื่องราวระหว่างพญาแถนและพญาคันคาก ในครั้งที่พระพุทธเจ้าเสวยชาติเป็นพญาคางคกนามว่าพญาคันคากอยู่ใต้ต้นโพธิ์ในป่า โดยเป็นช่วงที่พญาแถนซึ่งเป็นเทวดาที่ดูแลโลกเบื้องล่างเกิดโกรธเคืองโลกมนุษย์เป็นอย่างมาก จึงบันดาลไม่ให้ฝนตกถึง 7 เดือน ก่อให้เกิดความลำบากอย่างแสนสาหัส พญาคันคากจึงรวบรวมกองทัพสัตว์ขึ้นไปรบกับพญาแถน ในที่สุดพญาแถนจึงยอมตกลงทำสัญญาสงบศึกกับพญาคันคากโดยตกลงกันว่า หากมนุษย์ส่งสัญญาณให้รู้ด้วยการจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อไหร่ ให้พญาแถนบันดาลให้ฝนตกลงมา และหากเมื่อได้ยินเสียงกบหรือเขียดร้อง ให้รับรู้ว่าฝนได้ตกลงมาแล้ว จากตำนานดังกล่าวจึงเป็นที่มาของประเพณีงานบุญบั้งไฟซึ่งเป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงของจังหวัดยโสธรที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในทุกๆ ปีในช่วงเดือนพฤษภาคม และเป็นที่มาของอาคารรูปทรงคางคกแห่งนี้นั่นเอง


พิพิธภัณฑ์พญาคันคากตั้งอยู่ริมแม่น้ำทวน


บริเวณพื้นที่จัดแสดงวงจรชีวิตของคางคก


โมเดลจำลองภายในท้องคางคก


บริเวณจัดแสดงชนิดของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก


บริเวณนิทรรศการบั้งไฟจำลองภายในพิพิธภัณฑ์


หุ่นจำลองประเพณีงานบุญบั้งไฟ ประเพณีประจำจังหวัดยโสธร


หุ่นจำลองขวบนแห่บั้งไฟ


การเดินทางจากกรุงเทพ ไปยัง จังหวัดยโสธร

             - รถยนต์ (Car) จากกรุงเทพไปยังจังหวัดยโสธรโดยรถยนต์มีระยะทางประมาณ 547 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง 20 นาที

หมายเหตุ - ไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพไปยังจังหวัดยโยสร แต่สามารถลงเครื่องที่สนามบินในจังหวัดใกล้เคียงอย่างสนามบินอุบลราชธานี แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นหรือเหมารถมายังจังหวัดยโสธรได้

              - ไม่มีสถานีรถไฟในจังหวัดยโสธร แต่สามารถลงสถานีอุบลราชธานีแล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นหรือเหมารถมายังจังหวัดยโสธรได้

              - หากต้องการเดินทางโดยรถทัวร์ ให้ไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต2 โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเวลาเดินรถ และค่าโดยสารได้ที่ https://www.busonlineticket.co.th/th/bus-terminal_th/mo-chit-bus-terminal-chatuchak


การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก

             - รถยนต์ (Car) จากตัวเมืองยโสธรไปยังพิพิธภัณฑ์พญาคันคากมีระยะทางประมาณ 2.7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 นาที

             นักท่องเที่ยวสามารถเช่ารถขับหรือเหมารถโดยสารท้องถิ่นไปยังพิพิธภัณฑ์พญาคันคากได้


เวลาทำการเปิด-ปิด

             วันจันทร์-ศุกร์ เปิดทำการเวลา 10.00-16.00 น.

             วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดทำการเวลา 9.00-17.00 น.

             หยุดวันอังคาร


บริเวณสวนรอบๆ อาคารพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก


อัตราค่าเข้าชม

             ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท


ทัศนียภาพริมแม่น้ำทวน


เวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว

             ตลอดทั้งปี 


บริเวณมุมถ่ายภาพยอดนิยม


             นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยว พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก สามารถศึกษา ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

                         พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จังหวัดยโสธร ประเทศไทย

                         (Phaya Khan Khak Museum, Yasothon, Thailand)

                         ระดับความนิยม : 

                         อัตราค่าเข้าชม : ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท

                         เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-ศุกร์ เปิดทำการเวลา 10.00-16.00 น.

                                              วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดทำการเวลา 9.00-17.00 น.

                                              หยุดวันอังคาร

                         ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี

                         สถานที่ตั้ง : จังหวัดยโสธร ประเทศไทย

                         โทรศัพท์ : (+66)096 897 7970

                         เว็บไซต์ : http://i-san.tourismthailand.org/4410/

                         ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้ : พยากรณ์อากาศ https://www.accuweather.com/

                                          เว็บไซต์จังหวัดยโสธร https://yasothon.mots.go.th/index.php

                                          เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ https://i-san.tourismthailand.org/

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดยโสธร ประเทศไทย

จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของไทยที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชี จังหวัดยโสธรมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมหลายแห่ง เพราะเป็นเมืองที่ผ่านประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยทวาราวดี วันนี้ทาง Palanla จึงได้รวบรวมสถานที่ที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดยโสธรมาฝากทุกท่านไว้ในบทความนี้

อ่านต่อ

วัดพระพุทธบาทยโสธร จังหวัดยโสธร ประเทศไทย

วัดพระพุทธบาทยโสธร (Wat Phra Buddhabat Yasothon) เป็นวัดที่มีความสวยงามจากหมู่อาคารสีขาวท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนนิยมมาเที่ยวชมวัดและสักการะโบราณวัตถุทางพุทธศาสนาอันได้แก่ รอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางนาคปรก และศิลาจารึกโบราณที่มีอายุราวห้าร้อยปี รวมทั้งพระพุทธรูปหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ และพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ภายในเจดีย์ของวัดอีกด้วย วัดแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวัดดังของจังหวัดยโสธรที่ควรค่าต่อการมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

อ่านต่อ

8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดในภาคอีสานตอนล่างที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่เป็นจุดชมวิวอันน่าประทับใจ ไปจนถึงแหล่งโบราณสถานอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และวัดวาอารามที่สร้างขึ้นอย่างงดงามให้เที่ยวชม วันนี้ทาง Palanla ได้รวบรวม 8 สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดศรีเกษมาฝากทุกท่านกันในบทความนี้

อ่านต่อ

ผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

ผามออีแดง (Pha Mor E Daeng) เป็นหน้าผาที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นปราสาทเขาพระวิหาร ป่าไม้ และบ้านเมืองของกัมพูชาที่อยู่ไกลออกไปได้ ในยามเช้าของช่วงปลายฝนต้นหนาวจะเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม ส่วนในยามพระอาทิตย์ตกดินจะมองเห็นฝูงค้างคาวบินออกมาจากถ้ำเพื่อหากิน นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์ของผามออีแดงคือภาพจิตรกรรมโบราณที่ถูกสลักไว้ริมหน้าผาซึ่งมีความเก่าแก่กว่าหนึ่งพันห้าร้อยปีทีเดียว ถือเป็น Unseen Thailand ที่คุ้มค่าต่อการมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

อ่านต่อ

น้ำตกสำโรงเกียรติ จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

น้ำตกสำโรงเกียรติ (Samrong Kiat Waterfall) เป็นน้ำตกที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด น้ำตกแห่งนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่บริเวณด้านบนหน้าผาจะมีแอ่งลานหินขนาดใหญ่รองรับธารน้ำเอาไว้ก่อนที่จะไหลตกลงมาตามชั้นหน้าผา น้ำตกสำโรงเกียรติมีน้ำไหลตลอดปี และจะมีน้ำมากที่สุดในช่วงฤดูฝน บรรยากาศโดยรอบมีความร่มรื่นจากป่าไม้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการมาเล่นน้ำ นั่งพักผ่อนหย่อนใจ และถ่ายภาพสวยๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน

อ่านต่อ

เกาะกลางน้ำ จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

เกาะกลางน้ำ (Koh Klang Nam) เป็นเกาะที่อยู่ใจกลางอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำคำในอำเภอเมืองศรีสะเกษ บนเกาะแห่งนี้เป็นสวนสาธาณะขนาดใหญ่และเป็นที่ตั้งของอาคารสำคัญหลายแห่ง เช่น หอศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติที่เป็นหอชมเมืองศรีสะเกษได้รอบทิศ และศรีสะเกษอควาเรียมซึ่งเป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นี่จึงเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดศรีสะเกษอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

วัดบุไผ่ (วัดบ้านไร่ 2) จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

วัดบุไผ่ (วัดบ้านไร่ 2) Wat Bu Pai (Wat Ban Rai 2) เป็นวัดที่ตั้งตระหง่านบนเนินเขาในอำเภอวังน้ำเขียว ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ หรือ พระเทพวิทยาคม พระเกจิดังวัดบ้านไร่องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

อ่านต่อ

วัดแสงธรรมวังเขาเขียว จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

วัดแสงธรรมวังเขาเขียว (Wat Saeng Tham Wang Khao Khiao) เป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ศรีแสงธรรมวิสุทธิมงคล พระมหาเจดีย์รูปทรงดอกบัวสีขาวตั้งตระหง่านสง่างามอยู่กลางคูน้ำ ท่ามกลางสวนหย่อมสีเขียวขนาดใหญ่และแวดล้อมด้วยหุบเขาสีเขียวขจีของอำเภอวังน้ำเขียว

อ่านต่อ

ผาเก็บตะวัน จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

ผาเก็บตะวัน (Pha Kep Tawan) หนึ่งในที่เที่ยววังน้ำเขียวที่เป็นจุดชมวิวที่มีทัศนียภาพสวยงาม แวดล้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เหมาะแก่การแวะมาชมวิวผ่อนคลาย หรือหากต้องการกางเต็นท์ค้างคืนก็ได้เช่นกัน

อ่านต่อ

วัดป่าโนนสวรรค์ จังหวัดร้อยเอ็ด ประเทศไทย

วัดป่าโนนสวรรค์ (Wat Pa Non Sawan) เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดร้อยเอ็ด ภายในวัดมีความน่าตื่นตาตื่นใจของประติมากรรมปูนปั้นมากมายที่ถ่ายทอดเรื่องเกี่ยวกับพุทธประวัติ พระธรรมคำสอน รวมถึงวรรณคดีไทยชื่อดังต่างๆ ให้ได้เดินเที่ยวชม และภายในวัดยังโดดเด่นด้วยองค์เจดีย์ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างงดงาม รวมถึงศิลปะการตกแต่งที่ใช้หม้อดินมาประดับในส่วนต่างๆ โดยรอบจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว วัดแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดร้อยเอ็ดที่ไม่ควรพลาดชม

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ