วัดม่วง (พระพุทธรูปนั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก) จังหวัดอ่างทอง ประเทศไทย

  • อ่าน (10,063)
  • ByWebmaster
  • 11:46:33 | 18 เม.ย. 2562

วัดม่วง (พระพุทธรูปนั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก) จังหวัดอ่างทอง ประเทศไทย

Muang Temple, Ang Thong, Thailand


วัดม่วง

             วัดม่วง (Muang Temple) ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวสะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอ่างทอง ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 8 กิโลเมตร วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ หรือหลวงพ่อใหญ่ ซึ่งเจ้าอาวาสวัดร่วมกับประชาชนผู้มีจิตศรัทธาใช้เวลาการก่อสร้างนานถึง 16 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 และราชวงศ์จักรี


แผนที่วัดม่วง จังหวัดอ่างทอง ประเทศไทย


ประวัติ

             วัดม่วง เดิมเป็นวัดร้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อปี พ.ศ. 2230 ต่อมา กรุงศรีอยุธยาได้เสียกรุงให้แก่พม่า ในปี พ.ศ. 2310 วัดแห่งนี้จึงเหลือเพียงซากปรักหักพัง

           พ.ศ. 2526 ท่านพระครูวิบูลอาจารคุณหรือหลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ ได้มีการเริ่มบูรณะและได้สร้างเสนาสนะต่างๆ ขึ้น

           วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2527 มีการประกาศยกฐานะให้วัดม่วงเป็นวัดที่มีพระสงฆ์ และแต่งตั้งให้ท่านพระครูวิบูลอาจารคุณเป็นเจ้าอาวาสวัด ในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2527

           พ.ศ. 2534 ท่านพระครูวิบูลอาจารคุณร่วมกับประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ได้สมทบทุนสร้างพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อน้อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 และราชวงศ์จักรี มีพระนามว่า พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ จนสำเร็จใน 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 รวมระยะเวลาในการก่อสร้าง 16 ปี


ป้ายชื่อวัด


รูปปั้นท่านพระครูวิบูลอาจารคุณหรือหลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ


การเดินทางไป
จากกรุงเทพมหานครไปจังหวัดอ่างทอง

             - รถยนต์ จากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดอ่างทอง ระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยสามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง คือ

           เส้นทางที่ 1 ใช้เส้นทางสายพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 32 จากกรุงเทพฯ แยกเข้าเส้นทางสายเอเชีย ผ่านอำเภอบางปะอิน - พระนครศรีอยุธยา - อำเภอบางปะหัน - อ่างทอง รวมระยะทาง 105 กิโลเมตร

           เส้นทางที่ 2 ใช้เส้นทางตัดใหม่ ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า - ตลิ่งชัน เข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 340 ผ่านจังหวัดนนทบุรี - ปทุมธานี - พระนครศรีอยุธยา - สุพรรณบุรี - อ่างทอง รวมระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร

           เส้นทางที่ 3 ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ - ปทุมธานี ผ่านปากเกร็ด เข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3111 ผ่านอำเภอบางไทร - อำเภอเสนา - พระนครศรีอยุธยา จากนั้นใช้เส้นทางหมายเลข 3263 และต่อเข้าทางหลวงหมายเลข 309 เข้าอำเภอป่าโมก - อ่างทอง รวมระยะทาง 140 กิโลเมตร หรือใช้ทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน - ปากเกร็ด) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543

             - รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทางระหว่างกรุงเทพฯ - อ่างทอง ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศทุกวัน สามารถขึ้นรถได้ที่ขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 ไปยังสถานีขนส่ง จังหวัดอ่างทอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1490 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://home.transport.co.th/index.php/th/


การเดินทางไป
วัดม่วง

             - รถยนต์ จากสถานีขนส่งจังหวัดอ่างทอง ไปยังวัดม่วง ระยะทางประมาณ 4.9 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 8 นาที

             - รถโดยสารสาธารณะ นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถสองแถวท่องเที่ยวได้ทั้งในเมืองและต่างอำเภอ โดยคิดราคาวันละ 1,000-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางและการต่อรอง นอกจากนี้ ยังมีบริการรถสามล้อเครื่องและมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จอดอยู่ตามจุดต่างๆ ในจังหวัด เช่น หน้าตลาดเทศบาล หน้าสถานีขนส่ง ค่าบริการมีทั้งตามระยะทางและแบบเหมาจ่าย


เวลาทำการเปิด
– ปิด

           ทุกวันเวลา 06.00 - 18.00 น.


การซื้อบัตรเข้าชม

           ไม่เสียค่าเข้าชม


จุดท่องเที่ยวที่สำคัญของ
วัดม่วง

             วัดม่วง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา อาคารเสนาสนะต่างๆ มีศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ จำนวน 7 หลัง มีทั้งเป็นอาคารคอนกรีตและไม้


บริเวณทางเข้าวัดม่วง


พระอุโบสถ


องค์พระประธานและการตกแต่งภายในพระอุโบสถ

           พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ หน้าตักกว้าง 62 เมตร สูง 93 เมตร ก่ออิฐถือปูนฉาบทาสีทองตลอดทั้งองค์


พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ

           พระวิหารแก้วรัตนพราหมณ์-สุวรรณปาล เป็นอาคารก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น ติดกระจกแก้วภายในและภายนอกทั้งหลัง ขนาดกว้าง 16 เมตร ยาว 50 เมตร ภายในวิหารแก้วมีรูปหล่อทองเหลืองพระเกจิอาจารย์ทั่วประเทศ จำนวน 50 องค์


พระวิหารแก้วรัตนพราหมณ์-สุวรรณปาล


หลวงพ่อเงินภายในวิหารแก้ว


รูปหล่อทองเหลืองพระเกจิอาจารย์


ศาลพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์


พลับพลา 3 มหาราชกู้แผ่นดิน

           นอกจากสถาปัตยกรรมของอาคารต่างๆ ที่น่าสนใจแล้ว ภายในวัดยังมีรูปปั้นตามเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา กษัตริย์ และวรรณคดี 


รูปปั้นสมเด็จพระนเรศวรมหาราช


รูปปั้นตามการเทศน์มหาชาติกัณฑ์ทศพร


รูปปั้นเทพตามความเชื่อของจีน


รูปปั้นผู้ได้รับผลกรรมในนรก


เวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว

           ตลอดทั้งปี


ข้อมูลทั่วไปที่ควรรู้

           ตามตำนานของวัดม่วง เมื่อครั้งที่ท่านพระครูวิบูลอาจารคุณมาปักกลดธุดงค์บริเวณวัดร้าง ได้ปรากฏนิมิตเห็นองค์หลวงปู่ขาวและหลวงปู่แดง มาบอกให้ท่านได้ช่วยก่อสร้างวัดม่วงขึ้นมาใหม่ โดยในบริเวณวัดจะมีศิลาขาว และศิลาแดงตั้งอยู่ ต่อมา ท่านพระครูวิบูลอาจารคุณ ได้ดำเนินการให้ปั้นองค์พระครอบศิลาขาวและศิลาแดงไว้ โดยเรียกว่า หลวงปู่ขาวและหลวงปู่แดงจนถึงปัจจุบัน


           นักท่องเที่ยวที่สนใจไปเที่ยวชม วัดม่วง สามารถศึกษา ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

                       วัดม่วง จังหวัดอ่างทอง ประเทศไทย

                       (Muang Temple, Ang Thong, Thailand)

                       ระดับความนิยม : 

                       อัตราค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

                       เวลาเปิด – ปิด : ทุกวันเวลา 06.00 - 18.00 น.

                       ตั้งอยู่ที่ : ตำบลหัวสะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง

                       โทรศัพท์ : (+66) 035-631556, (+66) 035-631974

                       เว็บไซต์ : http://www.watmuang.com/

                       ข้อมูลอื่นๆที่ควรรู้ : พยากรณ์อากาศ https://www.accuweather.com

                                       ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวจังหวัดอ่างทอง http://www.angthong.go.th/atg-tour/travel.html

                                       ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยวประเทศไทย https://thai.tourismthailand.org

                                       เว็บไซต์บริการรถโดยสารสาธารณะ http://home.transport.co.th/index.php/th/

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

คู่มือการดำเนินการตามกระบวนการเคลมประกันรถยนต์ฉบับสมบูรณ์

การมีส่วนร่วมในอุบัติเหตุทางรถยนต์หรือประสบความเสียหายต่อยานพาหนะของคุณอาจเป็นประสบการณ์ที่ตึงเครียดและท่วมท้น อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์สามารถช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและแก้ไขปัญหาได้ราบรื่นยิ่งขึ้น

อ่านต่อ

สวนสาธารณะเทศบาลโพธาราม จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

สวนสาธารณะเทศบาลโพธาราม (Muang Photharam Municipal Public Park) เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ริมเขื่อนแม่น้ำแม่กลองในอำเภอโพธาราม ภายในสวนมีบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ และยังมีส่วนของจุดชมวิว สนามหญ้า ทางวิ่งออกกำลังกาย ลานกีฬา เครื่องออกกำลังกาย และสนามเด็กเล่น สวนสาธาณะแห่งนี้เหมาะกับคนทุกวัยที่ต้องการมาเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และชมวิวแม่น้ำแม่กลองที่เป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดราชบุรี และที่นี่ยังใช้เป็นสถานที่จัดงานกิจกรรมและงานประเพณีต่างๆ ของเมืองโพธารามอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี (Ratchaburi National Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์จากการใช้ศาลากลางหลังเก่าของจังหวัดราชบุรีมาก่อตั้งขึ้นเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อาคารแห่งนี้เป็นอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามและอยู่คู่กับจังหวัดราชบุรีมาอย่างนาวนาน และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติอีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรีมีนิทรรศการท้องถิ่นที่น่าสนใจของจังหวัดราชบุรีให้เที่ยวชม โดยจัดแสดงเรื่องราวทางสภาพภูมิศาสตร์และธรรมชาติวิทยา ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ชนเผ่าชาติพันธุ์วิทยา มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม และบุคคลสำคัญ ไปจนถึงคลังโบราณวัตถุที่หาชมได้ยากตั้งแต่เครื่องปั้นดินเผาไปจนถึงพระพุทธรูปในยุคต่างๆ

อ่านต่อ

น้ำตกเก้าชั้น จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

น้ำตกเก้าชั้น (Kaew Chan Waterfalls) เป็นน้ำตกกลางหุบเขาที่มีความสูง 9 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป ชั้นที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดคือบริเวณชั้นที่ 6 น้ำตกเก้าชั้นสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะมีน้ำไหลทุกฤดูกาล โดยจะมีน้ำมากที่สุดและสวยที่สุดในช่วงฤดูฝน เพราะจะมองเห็นสายน้ำตกสีขาวขนาดใหญ่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงท่ามกลางป่าไม้อันเขียวขจีและเสียงของน้ำตก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งของอำเภอสวนผึ้ง

อ่านต่อ

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก (Lao Tuk Luck Floating Market) เป็นตลาดน้ำแห่งแรกของจังหวัดราชบุรีที่ก่อตั้งขึ้นมาก่อนตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีลักษณะเป็นตลาดน้ำขนาดย่อมที่ตั้งอยู่บนเรือนไม้ริมน้ำที่ชุมชนชาวไทย-จีนอาศัยอยู่ ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักมีบรรยากาศเรียบง่ายและคลาสสิก แต่มีความพลุกพล่านน้อยกว่าตลาดน้ำดำเนินสะดวก การเดินทางก็แสนง่าย แค่เพียงแค่ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำจากฝั่งตลาดน้ำดำเนินสะดวกมายังฝั่งตรงข้าม ก็จะได้พบกับเรือนไม้โบราณของชุมชนชาวจีนและลำคลองที่ตัดผ่าน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอาหารทานง่ายอร่อยๆ ให้เลือกมากมาย และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เก็บความประทับใจ นอกจากนี้ในวันหยุดจะมีเสียงดนตรียุค 80 คลอเคล้าสร้างความเพลิดเพลินในการเดินตลาดอีกด้วย

อ่านต่อ

ตลาดน้ำอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

ตลาดน้ำอโยธยา (Ayothaya Floating Market) ตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองเก่าแห่งนี้

อ่านต่อ

วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

วัดราชบูรณะ (Wat Ratchaburana) อนุสรณ์สถานแห่งการแย่งชิงราชบัลลังค์ เป็นอีกหนึ่งในวัดที่ใหญ่ และเก่าแก่มากที่สุดในพระนครศรีอยุธยา สร้างโดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ เจ้าสามพระยา เมื่อปี พ.ศ. 1967

อ่านต่อ

วัดมเหยงคณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

วัดมเหยงคณ์ (Wat Mahaeyong) อดีตพระอารามหลวง และกลายเป็นวัดร้างไปภายหลังกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. 2310 ปัจจุบันวัดแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นสถานปฏิบัติธรรม ใจกลางโบราณสถานที่เก่าแก่ของอยุธยาอีกด้วย

อ่านต่อ

10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

จังหวัดนครสวรรค์ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนบน เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เป็นแหล่งเกษตรกรรมของไทย อีกทั้งยังได้รับสมญานามว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือ และเป็นพื้นที่ต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ จังหวัดนครสวรรค์จึงมีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงาม และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายโดยเฉพาะวัดและตลาดที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวนครสวรรค์ได้เป็นอย่างดี วันนี้ทาง Palanla จึงได้รวบรวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดนครสวรรค์มาฝากทุกท่านกันในบทความนี้

อ่านต่อ

หอชมเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

หอชมเมืองนครสวรรค์ (Nakhon Sawan Observation Tower) เป็นหอชมเมืองที่ตั้งอยู่บนเขาคีรีวงศ์ จุดชมวิวจะตั้งอยู่บริเวณชั้น 10 ของหอชมเมืองซึ่งสามารถชมวิวเมืองนครสวรรค์จากมุมสูงได้โดยรอบ และมองเห็นทิวทัศน์ของธรรมชาติที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างเต็มตา นอกจากนี้บริเวณชั้น 1 ยังมีร้านขายของที่ระลึกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นให้เลือกซื้ออีกด้วย หอชมเมืองนครสวรรค์จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมืองปากน้ำโพที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ