• อ่าน(1078)
  • By

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ และสวนลินเดอร์ฮอฟ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ และสวนลินเดอร์ฮอฟ (Linderhof Palace and Park) ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ทางตอนใต้ของรัฐบาวาเรีย (Bavaria) ไม่ไกลจากเมืองมิวนิค มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมร็อคโคโค ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชวังแวร์ซายน์ในประเทศฝรั่งเศส ในส่วนของสวนก็ได้จำลองมาจากสวนของแวร์ซายน์เช่นกัน พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในปราสาทของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย (Ludwig II of Bavaria) ที่มีความสวยงามจนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กใกล้กับปราสาทนอยชวานสไตน์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองมิวนิค

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยู เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยู (BMW Museum) และอาคารบีเอ็มดับเบิลยูเวลท์ (BMW Welt) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโอลิมเปียปาร์ค ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยูเป็นอาคารทรงกลมสีเงินซึ่งเรียกกันว่าพิพิธภัณฑ์ทรงถ้วย (the museum bowl) ส่วนอาคารบีเอ็มดับเบิลยูเวลท์มีความโดดเด่นด้วยอาคารทรงนาฬิกาทรายที่ตกแต่งด้วยกระจกรูปทรงเรขาคณิต ทั้งสองอาคารอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป จัดเป็นสองแลนด์มาร์กอีกแห่งหนึ่งของเมืองมิวนิคที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่ชื่นชอบด้านยานยนต์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ด้านในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้อมูลและยานยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีรอบเข้าชมที่มีบรรยายภาษาอังกฤษและภาษาเยอรมันให้เลือกได้ตามต้องการ ผู้เข้าชมจะได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกว่าทำไมแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูถึงเป็น หนึ่งในแบรนด์รถยนต์ชั้นนำของโลก นอกจากในส่วนของพิพิธภัณฑ์แล้ว ในละแวกเดียวกันยังเป็นพื้นที่ของบีเอ็มดับเบิลยูสำนักงานใหญ่ (BMW Headquarter) และฐานการผลิต BMW Group Plant อีกด้วย ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองมิวนิคที่ไม่ควรพลาดชม

อ่านต่อ

พระราชวังมิวนิคเรสซิเดนซ์ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

พระราชวังมิวนิคเรสซิเดนซ์ (Munich Residence / Residenz München) ตั้งใจอยู่ใจกลางเมืองมิวนิค แต่เดิมนั้นเป็นเขตพระราชฐานของราชอาณาจักรบาวาเรียและรัฐสภาบาวาเรียในช่วงปีค.ศ. 1508 ถึง ค.ศ.1918 ปัจจุบันเป็นพระราชวังเก่าและพิพิธภัณฑ์หลวงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ศิลปะการตกแต่งภายในอันวิจิตรบรรจง และของสะสมโบราณของราชวงศ์ที่เคยครองอาณาจักรบาวาเรีย โดยพระราชวังประกอบด้วยสนามหญ้า 10 สนาม และห้องจัดแสดงอีกจำนวน 130 ห้อง ในทุกรายละเอียดภายในได้สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ และศิลปะวัฒนธรรมอันงดงามและล้ำค่าของอาณาจักรบาวาเรียที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์มาก่อนในประวัติศาสตร์ของเยอรมนี ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดชมเมื่อมาเยือนเมืองมิวนิค

อ่านต่อ

โอลิมเปียปาร์ค เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

โอลิมเปียปาร์ค (Olympiapark) ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองมิวนิค บนพื้นที่ราว 3 ตารางกิโลเมตรที่มีสภาพเป็นเนินเขาสูงต่ำสลับกันไปซึ่งก่อให้เกิดทัศนียภาพอันสวยงามของเนินเขาสีเขียวที่ลาดโค้งขึ้นลงท่ามกลางต้นไม้และทะเลสาบ โดดเด่นด้วยโอลิมปิกสเตเดียม (Olympic Stadium) ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลล้อมรอบด้วยอัฒจรรย์ขนาดใหญ่ที่มีหลังคาโครงเหล็กรูปทรงคล้ายเต็นท์หลายหลัง และหอชมเมืองโอลิมปิกทาวเวอร์ (Olympic Tower) ซึ่งจัดเป็นอีกสองแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงของเมืองมิวนิค เพราะที่นี่เคยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปีค.ศ. 1972 มาก่อน ปัจจุบันเป็นทั้งสวนสาธารณะ ศูนย์กีฬา และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองมิวนิค

อ่านต่อ

10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองมิวนิคและพื้นที่ใกล้เคียง ประเทศเยอรมนี

เมืองมิวนิค (Munich ชื่อภาษาเยอรมันคือ München) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ในพื้นที่ของรัฐบาวาเรีย (The State of Bavaria) เป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศเยอรมนี รองจากเมืองเบอร์ลิน (Berlin) และเมืองแฮมเบิร์ก (Hamburg) ทางด้านสภาพภูมิประเทศตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงตอนเหนือของรัฐบาวาเรีย แม่น้ำสายหลักของเมืองคือแม่น้ำอีซาร์ (Isar River) ทางด้านสภาพภูมิอากาศในฤดูร้อนมีอากาศอบอุ่น แต่จะมีอากาศร้อนจัดในช่วงกลางปีที่มีฝนตกหนัก และในฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็น โดยจะหนาวที่สุดในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมและมีหิมะตกในบางพื้นที่

อ่านต่อ

หมู่บ้านโอเบอแรมเมอร์เกา เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

หมู่บ้านโอเบอแรมเมอร์เกา (Oberammergau Village) ตั้งอยู่ในเมืองโอเบอแรมเมอร์เกาบริเวณเทือกเขาแอมเมอร์เกาแอลป์ (Ammergau Alps) ห่างจากเมืองมิวนิคลงมาทางใต้ประมาณ 90 กิโลเมตร เป็นเมืองที่มีบรรยากาศทางธรรมชาติที่สวยงามของหุบเขา และยังเป็นหมู่บ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการตกแต่งผนังอาคารบ้านเรือนด้วยภาพเขียนทางศาสนา และวิถีชีวิตชนบท มีศิลปาชีพท้องถิ่นเป็นงานแกะสลักไม้ที่มีความสวยงามขึ้นชื่อ และเป็นสถานที่จัดแสดงอุปรากรระดับโลกที่ชื่อว่า The Passion Play ซึ่งเป็นอุปรากรที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางศาสนาคริสต์ที่จะจัดขึ้นสิบปีต่อหนึ่งครั้ง โดยจะจัดขึ้นที่โรงละคร The Passion Play Theater ซึ่งมีผู้เข้าชมนับแสนคนจากทั่วโลก ด้วยเหตุนี้ โอเบอร์แรมเมอร์เกาจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กับเมืองมิวนิคที่ควรมาแวะชมสักครั้งเมื่อมาท่องเที่ยวในบริเวณนี้

อ่านต่อ

ร้านอาหารแฮ็กซินเบาเวอร์ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

ร้านอาหารแฮ็กซินเบาเวอร์ (Haxnbauer Restaurant / Haxnbauer im Scholastikahaus) ตั้งอยู่ใกล้กับจัตุรัสมาเรียนปลาทซ์ เป็นร้านอาหารเก่าแก่ในเขตเมืองเก่าที่มีอายุนับร้อยปี ปัจจุบันเป็นหนึ่งในร้านอาหารชื่อดังของเมืองมิวนิคที่ได้รับความนิยมจากชาวมิวนิคและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยอาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือ Haxengrill เป็นขาหมูเยอรมันที่หมักด้วยเกลือและสมุนไพรสูตรพิเศษไว้ 24 ชั่วโมงก่อนนำไปย่างด้วยถ่านไม้บีช ขาหมูจึงมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์และมีรสชาติอร่อยแบบกรอบนอกนุ่มใน ด้วยเหตุนี้ร้านอาหารแฮ็กซินเบาเวอร์จึงเป็นร้านอาหารยอดนิยมในเมืองมิวนิคที่นักท่องเที่ยวควรลองไปชิมสักครั้งเมื่อไปเยือนเมืองมิวนิค

อ่านต่อ

จัตุรัสมาเรียนปลาทซ์ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

จัตุรัสมาเรียนปลาทซ์ (Marienplatz) เป็นจุดแลนด์มาร์กอันยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองมิวนิค โดดเด่นด้วยอนุเสาวรีย์พระแม่มารีทองคำความสูง 11 เมตรใจกลางจตุรัส และสถาปัตยกรรมโกธิกอันสวยงามและยิ่งใหญ่ของศาลากลางสองหลังทางด้านเหนือและด้านตะวันออก เป็นจตุรัสที่สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมือง และยังเป็นศูนย์กลางทางด้านการท่องเที่ยว ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นสถานที่ที่สมเด็จพระสันตะปาปาเคยเสด็จมาเยือนถึงสามพระองค์ (สมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 6 ในปีค.ศ. 1782 สมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ในปีค.ศ. 1980 และสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ในปีค.ศ. 2006) และยังเป็นสถานที่จัดตลาดคริสต์มาสประจำปี และเป็นที่เฉลิมฉลองวันครบรอบต่างๆ ของเมือง นอกจากนี้จัตุรัสมาเรียนปลาทซ์ยังเป็นสถานที่ฉลองแชมป์ของสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิคอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองมิวนิค

อ่านต่อ

มหาวิหารเฟราเอน เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

มหาวิหารเฟราเอน (Frauenkirche) เป็นโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิก และเป็นโบสถ์คู่บ้านคู่เมืองของเมืองมิวนิคและรัฐบาวาเรีย โดดเด่นด้วยหอคอยคู่ที่มีโดมทรงหัวหอมอยู่ที่ด้านบน เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเมืองมิวนิคที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในย่านเมืองเก่า โดยเฉพาะบริเวณจัตุรัสมาเรียนปลาทซ์ที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมืองมิวนิค ด้านในมหาวิหารตกแต่งอย่างเรียบง่าย บริเวณหอคอยทิศใต้นั้นเป็นหอชมเมืองความสูงราว 99 เมตรที่สามารถมองเห็นภาพมุมกว้างของเมืองมิวนิคอันน่าประทับใจ และสามารถมองเห็นเทือกเขาแอลป์ที่อยู่กลออกไปทางทิศใต้ได้อีกด้วย ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนเมืองมิวนิค

อ่านต่อ

ปราสาทนอยชวานสไตน์ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

ปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ตั้งอยู่บนหน้าผาความสูง 200 เมตรเหนือพื้นหุบเขาบนเทือกเขาแอลป์ที่อยู่บริเวณตอนใต้ของประเทศเยอรมนีใกล้กับเมืองมิวนิค เป็นพระราชวังของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย (King Ludwig II of Bavaria) ตัวปราสาทสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมฟื้นฟูโรมาเนสก์ (Romanesque Revival architecture) ซึ่งมีความสวยงามโอ่อ่าอลังการในแบบสถาปัตยกรรมในยุคกลาง และถอดแบบความงดงามที่บรรยายไว้ในบทประพันธ์จากอุปรากรเรื่องอัศวินหงส์ (The Swan Knight) ของริชาร์ด วากเนอร์ (Richard Wagner) คีตกวีเอกชาวเยอรมันในยุคนั้น และยังเป็นคีตกวีเอกคนโปรดของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 อีกด้วย ความสวยงามของปราสาทแห่งนี้ยังได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับวอลท์ ดิสนีย์ (Walt Disney) นำไปเป็นต้นแบบปราสาทของเจ้าหญิงนิทรา (Sleeping Beauty Castle) ที่ดิสนีย์แลนด์อีกด้วย ด้วยเหตุนี้ปราสาทนอยชวานสไตน์จึงถูกขนานนามว่าเป็นปราสาทแห่งเทพนิยายนับแต่นั้นมา ที่นี่จึงจัดเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญที่มีชื่อเสียงอันโด่งดัง ซึ่งนักท่องเที่ยวแทบทุกคนที่มาเยือนเมืองมิวนิคมักจะต้องแวะมาเที่ยวชมปราสาทแห่งนี้

อ่านต่อ

การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ และยานพาหนะประเภทต่างๆ ในเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

ขนส่งสาธารณะในเมืองมิวนิคมีเส้นทางที่ครอบคลุมทั้งเมือง โดยมีทั้งรถไฟฟ้า (S-Bahn) และรถไฟใต้ดิน (U-Bahn) ของบริษัท DB ที่เป็นรถไฟสายหลักของประเทศเยอรมนี และยังมีรถราง (tram) และรถประจำทาง (bus) ของบริษัท MVG ซึ่งเป็นบริษัทเดินรถท้องถิ่นในเมืองมิวนิค

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์ไมเคิล เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

โบสถ์เซนต์ไมเคิล (St. Michael Kirche) ตั้งอยู่ในย่านจัตุรัสคาร์ลปลาทซ์และจตุรัสมาเรียนปลาทซ์ แต่เดิมเป็นโบสถ์พระเยซูอิตซึ่งเป็นนิกายเก่าแก่นิกายหนึ่งของศาสนาคริสต์ ปัจจุบันเป็นโบสถ์คาทอลิค โบสถ์เซนต์ไมเคิลเป็นโบสถ์ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมเรเนซองที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ของเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ และเป็นโบสถ์ที่มีอิทธิพลทางด้านสถาปัตยกรรมในสมัยนั้นในการนำไปต่อยอดสร้างโบสถ์ต่างๆ ด้วยสถาปัตยกรรมบาโรกในพื้นที่ของเยอรมนีใต้ ภายในตกแต่งอย่างสวยงาม โดดเด่นด้วยไม้กางเขนขนาดใหญ่ และแท่นบูชาสูง จึงเป็นอีกหนึ่งศาสนสถานที่ควรแวะเที่ยวชมความสวยงามเมื่อไปเที่ยวเมืองมิวนิค

อ่านต่อ

ตลาดวิคทัวเลียน เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

ตลาดวิคทัวเลียน (Viktualienmarkt) เป็นตลาดเก่าที่เปิดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ตั้งอยู่ใกล้กับจัตุรัสมาเรียนปลาทซ์ ปัจจุบันเป็นตลาดสดที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองมิวนิค เพราะมีทุกอย่างให้เลือกสรร ทั้งสินค้าท้องถิ่นและสินค้านำเข้า บนพื้นที่ราว 22,000 ตารางเมตร มีแผงและร้านค้าประมาณร้อยกว่าร้าน โดยมีสินค้าวางจำหน่ายมากมาย อย่างเช่น ผัก ผลไม้ ดอกไม้ พันธุ์พืช เนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ ไข่ เนย น้ำผึ้ง อาหารแปรรูป สมุนไพร เครื่องเทศ ไวน์ และชา นอกจากนี้ที่นี่ยังสะท้อนวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวมิวนิคด้วยสัญลักษณ์เสาเต้นรำเก่าแก่ ที่เรียกว่า Maibaum หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Maypole ซึ่งเป็นเสาที่ใช้ตั้งในวันที่ 1 พฤษภาคม เพื่อเต้นรำเฉลิมฉลองวันแรงงาน (May Day) ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมและเก่าแก่ของประเทศแถบยุโรป

อ่านต่อ

จัตุรัสคาร์ลสปลาทซ์ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

จัตุรัสคาร์ลสปลาทซ์ (Karlsplatz) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมิวนิค เป็นหนึ่งในจัตุรัสที่มีชื่อเสียงของเมืองอีกแห่งหนึ่ง บริเวณจัตุรัสมีลานน้ำพุที่มักใช้เป็นจุดนัดพบ และมีจุดแลนด์มาร์กเก่าแก่คือประตูเมืองเก่าที่มีชื่อว่าประตูเมืองคาร์ลสเตอร์ (Karlstor Gate) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามประตูเมืองเก่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่บริเวณกำแพงเมืองมิวนิคที่ถูกรื้อไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 นอกจากนี้ จัตุรัสคาร์ลสปลาทซ์ยังเป็นย่านถนนช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมือง และยังทอดยาวเชื่อมต่อไปยังจตุรัสมาเรียนปลาทซ์ที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมืองมิวนิคอีกด้วย ด้วยเหตุนี้จัตุรัสคาร์ลปลาทซ์จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองมิวนิค

อ่านต่อ

สวนสัตว์เมืองโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

สวนสัตว์เมืองโคโลญ (Cologne Zoological Garden / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Zoologische Garten Köln / Kölner Zoo) เป็นสวนสัตว์ที่มีสัตว์มากกว่าหนึ่งหมื่นชีวิตและมากกว่าแปดร้อยสายพันธุ์จากทั่วโลกอาศัยอยู่บนพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ได้รับการจัดสรรให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมตามถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ชนิดต่างๆ และยังเป็นศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าที่หายากและใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีส่วนจัดนิทรรศการและการแสดงจากสัตว์แสนรู้ เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนเมืองโคโลญ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตเมืองโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตเมืองโคโลญ (Cologne Chocolate Museum / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Schokoladenmuseum Köln) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งเมืองโคโลญ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์ (Rhine River) บริเวณท่าเรือไรโน (Rheinau harbour) ไม่ไกลจากมหาวิหารโคโลญ พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติของช็อกโกแลตตั้งแต่แรกเริ่มจากการปลูกเมล็ดโกโก้ไปจนถึงกระบวนการผลิตช็อกโกแลตในโรงงาน รวมถึงวัฒนธรรมและของสะสมของแต่ละท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับช็อกโกแลตตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน และที่เป็นจุดเด่นที่สุดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือ น้ำพุช็อคโกแลตความสูงราวสามเมตรนอกจากนี้ยังมีส่วนของคาเฟ่และร้านขายช็อกโกแลต ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองรสชาติของช็อคโกแลตและขนมที่ทำจากช็อคโกแลตอันแสนอร่อยอีกด้

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ลุดวิก เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์ลุดวิก (Museum Ludwig) ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1976 เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะสมัยใหม่ (modern art) และยังเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกในเมืองโคโลญที่จัดแสดงศิลปะสมัยใหม่ นอกจากนี้ที่นี่ยังจัดแสดงงานศิลปะแนว Pop art และมีการจัดแสดงภาพเขียน Russian Avant-garde ที่มีอายุอยู่ในช่วงค.ศ. 1906 - ค.ศ. 1930 อีกทั้งยังมีผลศิลปะงานนับร้อยชิ้นของ Pablo Picasso อีกด้วย

อ่านต่อ

สวนสาธารณะเทียร์การ์เทน เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

สวนสาธารณะเทียร์การ์เทน (Tiergarten) เป็นพื้นที่สีเขียวที่เปรียบเสมือนปอดของเมืองเบอร์ลิน ด้วยพื้นที่ครอบคลุมเนื้อที่ราว 210 เฮคตาร์ (1 เฮคตาร์ เท่ากับ 10,000 ตารางเมตร ดังนั้น 210 เฮคตาร์จึงเท่ากับพื้นที่ราว 2,100,000 ตารางเมตร) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าไฮด์พาร์ค (Hyde Park) ของเมืองลอนดอนเล็กน้อย เป็นสถานที่ที่ชาวเมืองนิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ ขี่จักรยาน เล่นเสก็ตบอร์ด เดินเล่นชมสวน วิ่งออกกำลังกาย นั่งปิกนิกบนสนามหญ้า พายเรือ และเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ในบริเวณสวนตามอัธยาศัย สวนนี้ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางของเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวหลักอย่างเช่น ประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate) เสาชัยชนะ (Victory Column) สวนสัตว์เบอร์ลิน (Berlin Zoo) และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเบอร์ลิน (Aquarium Berlin)

อ่านต่อ

พระราชวังชาร์ล็อทเทินบวร์ค เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พระราชวังชาร์ล็อทเทินบวร์ค (Schloss Charlottenburg) เป็นพระราชวังเก่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระราชวังฤดูร้อน สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมรอคโคโค (Rococo architecture) ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะฝรั่งเศสผสมผสานกับสถาปัตยกรรมบาโรก เป็นการออกแบบตกแต่งที่เน้นความโอ่อ่าและหรูหรา ออกแบบโดยนายสถาปนิกโยฮัน อาร์น็อลท์ เนริง (Johann Arnold Nering) ชื่อของพระราชวังตั้งตามพระนามของพระนางโซฟี ชาร์ล็อท (Sophie Charlotte) พระชายาองค์แรกของพระเจ้าฟรีดริชที่ 3 แห่งนครบรันเดินบวร์คและดยุคแห่งรัฐปรัสเซีย ปัจจุบันเป็นพระราชวังที่งดงามและใหญ่โตที่สุดในกรุงเบอร์ลิน และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงเบอร์ลินอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์อัลเทอ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์อัลเทอ (Alte Museum) หรือหอศิลป์แห่งชาติหลังเก่า (Old National Gallery / ภาษาเยอรมันคือ Alte Nationalgalerie) ของกรุงเบอร์ลิน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งที่สามในจำนวนห้าพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นบนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ตัวอาคารถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับวิหาร บริเวณด้านบนของบันไดด้านหน้าที่ทอดยาวขึ้นสู่ตัวพิพิธภัณฑ์มีพระบรมรูปทรงม้าของกษัตริย์ฟรีดริชวิลเฮ็ล์มที่ 4 (King Friedrich Wilhelm IV) ตั้งอยู่รับกับตัวอาคารที่เป็นฉากหลังอย่างสง่างาม ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะโบราณในช่วงสมัยศตวรรษที่17-19 อันมีชื่อเสียง อาทิเช่น ภาพเขียนของ Adolph Menzel รูปปั้นคู่ของ Princesses Luise และ Friederike of Prussia โดยฝีมือของ Johann Gottfried Schadow ภาพเขียนสีน้ำมันชื่อ Monk by the Sea โดย Caspar David Friedrich ศิลปินชาวเยอรมัน และภาพเขียนสีน้ำมันชื่อ In Summer โดย Pierre-Auguste Renoir เป็นต้น

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์นอยเอส เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์นอยเอส (Neues Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่สองที่ถูกสร้างขึ้นบนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ในกรุงเบอร์ลิน ปัจจุบันที่นี่จัดแสดงของล้ำค่าหาชมได้ยากกว่า 9,000 ชิ้น โดยแบ่งออกเป็นสามโซน ได้แก่ ผลงานศิลปะและของสะสมของชาวอียิปต์โบราณ สิ่งของโบราณที่มีอายุก่อนประวัติศาสตร์ และผลงานศิลปะของกรีกโรมันโบราณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับเป็นชิ้นส่วนสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ได้จากการสำรวจพบจากดินแดนของยุโรป และดินแดนตะวันออกกลางในอดีต บางส่วนมีอายุตั้งแต่ก่อนยุคหินไปจนถึงยุคกลาง ตัวอย่างสิ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเช่น ประติมากรรมจำลองราชินีเนเฟอร์ตีติ (Nefertiti Bust) รูปสลักกรีนเฮด (Green Head) จารึกต่างๆ บนกระดาษปาปิรุส (Papyrus texts) จากดินแดนอียิปต์โบราณ รวมถึงสิ่งที่เก่าแก่ที่สุดอย่างขวานโบราณอายุ 700,000 ปีจากยุคหินเก่า เรียกได้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมวิวัฒนาการทางด้านศิลปะ และสถาปัตยกรรมของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัยจากดินแดนเกือบทั่วโลกเอาไว้ในที่เดียว

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์อัลเทส เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์อัลเทส (Altes Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ และเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกในจำนวนห้าพิพิธภัณฑ์ ที่ถูกสร้างขึ้นบนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / ภาษาเยอรมันคือ Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ในกรุงเบอร์ลิน ตัวอาคารมีความอลังการโดดเด่น สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ที่มาเที่ยวชม เพราะถูกสร้างโดยอิงแบบจากวิหารแพนธีออน (The Pantheon) ในกรุงโรม (Rome) ด้วยสถาปัตยกรรมกรีกโรมันโบราณ (Neoclassical architecture) ในรูปแบบเสาหินขนาดมหึมาจำนวนสิบแปดต้นเรียงรายทอดยาวสร้างความโอ่อ่าให้กับตัวอาคาร รวมถึงขั้นบันไดหินกว้าง และภายในห้องโถงทรงกลมขนาดใหญ่รายล้อมด้วยรูปสลักโบราณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งสะสมโบราณวัตถุอันน่าทึ่งมากมายจากกรีซ (Greece) โรมัน (Roman) และอีทรัสคัน (Etruscan) ในช่วงศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล มีตั้งแต่สมบัติชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่าง เหรียญ เครื่องประดับ แจกัน ไปจนถึงผลงานศิลปะและประติมากรรมขนาดใหญ่ เช่น ผลงานประติมากรรมศีรษะของซีซาร์ (Caesar) และพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) เป็นต้น พิพิธภัณฑ์อัลเทสได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ในปีค.ศ. 1993 และเกาะพิพิธภัณฑ์ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) เช่นกันในปีค.ศ. 1999

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน (Pergamon Museum / Pergamonmuseum) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่ห้าตั้งอยู่บนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ในเมืองเบอร์ลิน พิพิธภัณธ์แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ที่หลงใหลในโบราณสถานและโบราณวัตถุ เพราะได้เก็บรักษาและรวบรวมสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของตะวันออกโบราณ อิหร่าน คาบสมุทรแถบเอเชียตะวันตก อียิปต์ และดินแดนยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีทั้งโบราณวัตถุและโบราณสถานที่เคยยิ่งใหญ่รุ่งเรืองในยุคหลายร้อยปีก่อนและหลังคริสตกาล บางส่วนผุพังและได้รับความเสียหายไปตามกาลเวลา แต่เมื่อถูกค้นพบ จึงได้รับการบูรณะซ่อมแซมแล้วย้ายมาเก็บรักษาไว้ที่นี่ ตัวอย่างเช่น ประตูเมืองอิชตาร์แห่งนครบาบิโลน (Ishtar Gate of Babylon) แท่นบูชาเพอร์กามอน (Pergamon Altar) อายุ 150 ปีก่อนคริสตกาล ของกรีกโบราณ (ส่วนนี้ปิดปรับปรุงถึงปี 2024) ประตูตลาดมิเลตุส (Market Gate of Miletus) ช่วงศตวรรษที่ 2 หลังคริสตกาลในสมัยโรมัน และกำแพงหินมัชชาตาฟาเคด (Mschatta Façade) หนึ่งในชิ้นส่วนโบราณสถานของปราสาทในทะเลทรายประเทศจอร์แดนที่สะท้อนศิลปะของชาวอิสลามโบราณ ดังนั้นสิ่งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงนับว่ามีคุณค่ามหาศาล คุ้มค่าต่อการเข้าชม เพราะไม่สามารถหาดูได้จากที่ไหนได้อีก

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์โบด เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์โบด (Bode Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่สี่ในห้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ตั้งอยู่บนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ซึ่งเกาะนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) World Heritage Sites ในปี ค.ศ. 1999 พิพิธภัณฑ์โบดตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดบนเกาะพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากบรรดานักท่องเที่ยวผู้หลงใหลในผลงานศิลปะ เพราะที่นี่จัดแสดงผลงานประติมากรรม ชุดสะสมเหรียญโบราณ และผลงานศิลปะในยุคไบแซนไทน์ (Byzantine Art) ในช่วงศตวรรษที่ 13 ถึง 18 อันเก่าแก่ ทรงคุณค่า และหาดูได้ยากไว้อย่างมากมาย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติกู้กง เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน

พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ หรือที่เรียกกันว่าพิพิธภัณฑ์กู้กง คือสถานที่เก็บสมบัติล้ำค่าของชาวจีนที่ท่านผู้นำเจียงไคเช็คได้ขนมาจากพระราชวังต้องห้ามของจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วงที่พ่ายแพ้สงครามกลางเมือง โดยข้าวของราว 620,000 ชิ้นเหล่านั้นมีอายุกว่า 5,000 ปี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กงจึงเป็นสถานที่ที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ต้องการมาเที่ยวเพื่อชมสมบัติเดิมของชาติตน

อ่านต่อ

พระราชวังปาลาซโซ ปิตติ เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี

พระราชวังปาลาซโซ ปิตติ (Palazzo Pitti) พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฟลอเรนซ์ ด้วยความอลังการของตัวอาคารที่สร้างโดยตระกูลปิตติพ่อค้าผู้ร่ำรวย ต่อมาได้ตกเป็นของตระกูลเมดิซีแห่งเมืองฟลอเรนซ์ได้ใช้เป็นที่พักและที่เก็บสะสมของมีค่าของตระกูล เมื่อหมดอำนาจลงสมบัติทั้งหมดจึงตกเป็นของเมืองฟลอเรนซ์ ที่นี่จึงเป็นดั่งที่รวมภาพวาด รูปปั้น งานศิลปะ สิ่งของเครื่องใช้และเครื่องประดับมีค่าของชนชั้นสูงในศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของเมืองฟลอเรนซ์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมอยู่ถึง 5 พิพิธภัณฑ์เลยทีเดียว

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ซีดา ซามิ และศูนย์ศึกษาธรรมชาติ เมืองอินาริ ประเทศฟินแลนด์

พิพิธภัณฑ์ซีดา ซามิ (Siida Sami Museum) และศูนย์ศึกษาธรรมชาติ (Nature Centre) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องของวัฒนธรรมท้องถิ่น ความเป็นมาของชาวซามิ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรื่องเกี่ยวกับแสงเหนือหรือแสงออโรร่าที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงไว้ได้อย่างครบถ้วนและน่าสนใจอย่างยิ่ง

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติฟินแลนด์ เมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติฟินแลนด์ (The National Museum of Finland) เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะสามารถหาชมโบราณวัตถุน่าทึ่งและศึกษาประวัติศาสตร์ฟินแลนด์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน

อ่านต่อ

สวนสนุกทิโวลี เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

สวนสนุกทิโวลี (Tivoli Gardens) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดที่หนึ่งของประเทศเดนมาร์ก (Denmark) สวนสนุกเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีแห่งนี้คือสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่สวนสนุกอีกหลายแห่งทั่วโลก รวมถึงดิสนิย์เวิลด์ (Disney World) ที่ผู้ก่อตั้งก็ได้รับแรงบันดาลใจจากสวนสนุกแห่งนี้เช่นกัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์แห่งเมืองโคเปนเฮเกน เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

พิพิธภัณฑ์แห่งเมืองโคเปนเฮเกน (Museum of Copenhagen) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ครอบคลุมประวัติศาสตร์ยุคต่างๆ ของเดนมาร์ก และเป็นสถานที่ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้รู้จักความเป็นมาของโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์กก็ถูกยกให้เป็น “หนึ่งในเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก”ภายในระยะเวลาที่ไม่นาน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเดนมาร์ก เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเดนมาร์ก (National Museum of Denmark) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์เกี่ยวความเป็นมาของเดนมาร์ก ประเทศซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก จากผลสำรวจของสหประชาชาติ (World Happiness Report) ถึง 3 ปีซ้อน รวมถึงได้ทำความรู้จักกับศิลปวัฒนธรรมที่น่าสนใจของชาวเดนมาร์กจากอดีตถึงปัจจุบัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งชาติเดนมาร์ก เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งชาติเดนมาร์ก (National Aquarium Denmark) หรือ เดน โบละ แพลเน็ต (Den Blå Planet) เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปตอนเหนือ และเป็นแหล่งรวบรวมสิ่งมีชีวิตทางทะเลมากกว่า 1,000 ชนิดจากทั่วทุกมุมโลก

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ นี คาลส์เบิร์ก กริปโตเทค เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

พิพิธภัณฑ์นี คาลส์เบิร์ก กริปโตเทค (Ny Carlsberg Glyptotek) พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่ในอดีตเคยเป็นป้อมเก่าของเมืองแห่งนี้ คือสถานที่เก็บรวบรวมคอลเล็คชั่นผลงานศิลปะโบราณที่สวยงาม ทรงคุณค่า และได้รับการยกย่องว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรูปปั้นโบราณไว้ครอบคลุมที่สุดในทวีปยุโรปเหนือ ซึ่งจุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือรูปปั้นจำนวนมาก และผลงานบางชิ้นนั้นมีอายุมากถึง 8,000 ปี

อ่านต่อ

พระราชวังอมาเลียนบอร์ก เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

พระราชวังอมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace) หรือพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์เดนมาร์กแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ โดยเฉพาะการเปลี่ยนเวรทหารที่เลื่องชื่อ เป็นที่ตั้งของพระบรมรูปทรงม้าที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ทั้งยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับราชวงศ์ที่จัดแสดงเรื่องราวและข้าวของสำคัญต่างๆ จากในอดีตกว่า 150 ปีอีกด้วย

อ่านต่อ

พระราชวังคริสเตียนบอร์ก เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

พระราชวังคริสเตียนบอร์ก (Christiansborg Palace) หนึ่งในพระราชวังที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศเดนมาร์ก สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างอยากไปเยือน ทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการที่สำคัญๆ ของประเทศหลายแห่ง

อ่านต่อ

พระราชวังปาลัซโซ่ดูคาเล เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

พระราชวังปาลัซโซ่ดูคาเล หรือพระราชวังโดจ (Palazzo Ducale / Doge's Palace) เป็นพระราชวังเก่าที่มีอายุราวหนึ่งพันปี ตั้งอยู่ในบริเวณของจัตุรัสซานมาร์โคที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งเมืองเวนิส แต่เดิมพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของเจ้าเมืองเวนิสที่เรียกว่า “โดจ (Doge)” และยังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการในสมัยนั้นอีกด้วย ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้สาธารณะเข้าชม โดยตั้งแต่แรกสร้างจนถึงช่วงศตวรรษที่ 18 ได้มีการปรับโครงสร้าง เพิ่มอาคารส่วนต่อขยาย รวมถึงสร้างขึ้นใหม่อยู่หลายครั้ง ด้วยเหตุนี้ พระราชวังแห่งนี้จึงเป็นแลนด์มาร์กเชิงประวัติศาสตร์ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในรูปแบบผสมผสานทั้งแบบเวเนเชียน ไบเซนไทน์ เรเนซอง และโกธิก รวมถึงการตกแต่งภายในและภายนอกอันสวยงามทรงคุณค่าที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะสมัยนิยมในยุคนั้น ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเวนิสอีกแห่งหนึ่งที่ควรค่าต่อการเข้าชม

อ่านต่อ

มหาวิหารซานมาร์โค และ พิพิธภัณฑ์ซานมาร์โค เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

มหาวิหารซานมาร์โค หรือ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (Basilica di San Marco / St. Mark's Basilica) ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของจัตุรัสเปียซซาซานมาร์โค หรือ จตุรัสเซนต์มาร์ค (Piazza San Marco / St. Mark's Square) มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารประจำเมืองเวนิส ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานร่างของนักบุญซานมาร์โค หรือ นักบุญมาร์ค อัครสาวกของพระเยซูคริสต์ ที่นี่จึงเป็นมหาวิหารเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี เป็นศูนย์รวมใจของคริสตศาสนิกชน และเป็นแลนด์มาร์กที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานที่สวยงามล้ำค่า โดดเด่นด้วยรูปปั้นนักบุญมาร์คที่ด้านบนจั่วและสัญลักษณ์สิงโตทองมีปีก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเวนิส นอกจากนี้ยังมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ซานมาร์โค หรือ พิพิธภัณฑ์เซนต์มาร์ค (Museo di San Marco / St. Mark’s Museum) ที่เก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุ และศิลปะเชิงประวัติศาสตร์มากมายที่หาดูได้ยาก ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิสที่คุ้มค่าต่อการมาเที่ยวชม

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเป็กกี้ กุกเกนไฮม์ คอลเลคชั่น เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเป็กกี้ กุกเกนไฮม์ คอลเลคชั่น (Peggy Guggenheim Collection) ตั้งตามชื่อของเป็กกี้ กุกเกนไฮม์ (Peggy Guggenheim) บุคคลสำคัญผู้มีใจรักและให้การสนับสนุนในด้านผลงานศิลปะร่วมสมัยที่มีชีวิตอยู่ในช่วงค.ศ.1898 – ค.ศ.1979 พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ตั้งอยู่ริมคลองแกรนด์คาแนลใกล้กับสะพานแอคคาเดเมีย (Ponte dell'Accademia) อาคารพิพิธภัณฑ์แต่เดิมคือพระราชวังเก่าปาลัซโซ่เวนิเยร์เดอีลีโอนี (Palazzo Venier dei Leoni) ที่เป็กกี้ได้ซื้อไว้ในปี ค.ศ. 1949 และปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายนอกและการตกแต่งภายในเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเปิดเป็นศูนย์จัดแสดงผลงานศิลปะชิ้นเอกต่างๆ ทั้งภาพเขียนและผลงานประติมากรรมมากมายที่ได้สะสมเอาไว้ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีความสำคัญที่สุดของยุโรปอีกแห่งหนึ่งในยุคศตวรรษที่ 20 ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิสที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้หลงใหลในผลงานศิลปะ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์นครวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

พิพิธภัณฑ์นครวาติกัน (Vatican Museums) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวัตถุสิ่งของคอลเล็กชันต่างๆ มากมายและสุดอลังการ ไม่ว่าจะเป็นงานชิ้นเอกหรูหราจากยุคเรเนซองส์ (Renaissance) ไปจนถึงโบราณวัตถุสมัยโรมันอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์นครวาติกันมีหอศิลป์และห้องโถงรวมกันมากกว่า 54 ห้อง จนอาจเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยในแต่ละปีนั้นดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเที่ยวมากถึง 6 ล้านคน

อ่านต่อ

บรอดบีช และสวนสาธารณะคูร์ราวา เมืองโกลด์โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย

บรอดบีช และสวนสาธารณะคูร์ราวา (Broadbeach & Kurrawa Park) เป็นพื้นที่สาธารณะชายฝั่งใจกลางเขตบรอดบีช เมืองโกลด์โคสต์ ชื่อของชายหาดแห่งนี้อาจไม่ได้คุ้นหูนักท่องเที่ยวทั่วไปนัก แต่เป็นหาดที่คนท้องถิ่นและนักเล่นกระดานโต้คลื่นนิยมมา เนื่องจากเป็นชายหาดที่กว้างขวาง มีเกลียวคลื่นที่พอเหมาะ และน้ำทะเลใสสะอาด เหมาะสำหรับการเล่นกีฬาทางน้ำ เอนกายอาบแดดสบายๆ หรือปั่นจักรยานบนถนนทางเท้าเลียบหาดคูร์ราวาไปพร้อมๆ กับชมทัศนียภาพอันงดงามโดยรอบทะเลโกลด์โคสต์ก็ได้เช่นกัน

อ่านต่อ

สวนสนุกดรีมเวิลด์ เมืองโกลด์โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย

สวนสนุกดรีมเวิล์ด (Dream World) สวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียที่มีทุกสิ่งทุกอย่างที่น่าตื่นเต้น เป็นศูนย์รวมของเครื่องเล่นระดับคุณภาพนานาประเภท ตั้งแต่ระดับเบสิกอย่างม้าหมุน ไปจนถึงรถซูเปอร์คาร์ V8 รุ่นลายคราม เครื่องเล่นผาดโผนอย่างรถไฟเหาะ รวมถึงตัวละครต่างๆ ในทีวี นอกจากนี้ พื้นที่ส่วนอื่นๆ ของสวนสนุกดรีมเวิลด์ยังเต็มไปด้วยเครื่องเล่นและกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมายสำหรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย และมีร้านค้าน่าสนใจที่กระจายตัวอยู่ทั่วสวนสนุก

อ่านต่อ

สวนพฤกษศาสตร์บริสเบน เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย

สวนพฤกษศาสตร์บริสเบน (The Brisbane Botanic Gardens) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา Mount Coot-tha มีพื้นครอบคลุมพื้นที่ 350 ไร่ สวนแห่งนี้สร้างขึ้นขณะที่สภาเมืองบริสเบนตัดสินใจปรับปรุงต่อเติมสวนพฤกษศาสตร์ของเมืองให้มีขนาดกว้างขึ้นรวมทั้งง่ายต่อการขยายขนาดในอนาคต สวนอันกว้างขวางแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนปอดขนาดใหญ่ของเมืองบริสเบนที่ผู้คนรักใคร่ แวะเวียนมาพักผ่อน ทำกิจกรรมบนพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นและหลากหลายไปด้วยพืชพันธุ์แห่งนี้อยู่เสมอๆ

อ่านต่อ

8 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

เมืองแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt มีชื่อทางการว่า Frankfurt am Main) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าของประเทศเยอรมนี แฟรงค์เฟิร์ตตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศ มีแม่น้ำไมน์ (Main River) เป็นแม่น้ำสายหลักไหลผ่านกลางตัวเมือง มีประชากรประมาณ 5.5 ล้านคน

อ่านต่อ

ศูนย์การค้ามายเซล เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

ศูนย์การค้ามายเซล (MyZeil Shopping Center) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแฟรงค์เฟิร์ตใกล้กับย่านฮอพวอช เป็นศูนย์รวมร้านค้าแบรนด์ดังมากมาย และเป็นหนึ่งในศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมนี โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ดูล้ำสมัยด้วยสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่ผสมผสานการตกแต่งด้วยแผ่นกระจกที่มีขนาดแตกต่างกันมาประกอบเข้าด้วยกันทั้งบริเวณส่วนหลังคาและผนัง เพื่อเน้นความโปร่งใสและให้ความรู้สึกมีมิติ เมื่อมองจากด้านนอกห้าง บริเวณด้านบนจะมีรูปร่างเหมือนอวกาศที่มีคลื่นหมุนวนอยู่ การตกแต่งด้านในยังโดดเด่นด้วยเสากระจกขนาดใหญ่บริเวณตรงกลางห้าง ซึ่งนอกจากมีความสวยงามแปลกตาแล้ว ยังให้แสงสว่างจากด้านนอกเข้าสู่ด้านในตัวอาคารได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้จุดขายอีกอย่างของที่นี่คือ บันไดเลื่อนความยาว 42 เมตร จากชั้นล่าง (ชั้น Ground) ไปสู่ชั้นสี่ ด้วยความเร็วประมาณ 120 วินาที ซึ่งนอกจากเป็นบันไดเลื่อนด่วนแล้ว ยังจัดเป็นบันไดเลื่อนภายในอาคารที่มีความยาวที่สุดในยุโรปอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กที่ได้รับความนิยมเมื่อมาเที่ยวเมืองแฟรงค์เฟิร์ต

อ่านต่อ

สะพานเหล็กไอเซิร์นเนอร์เสต็ก เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

สะพานเหล็กไอเซิร์นเนอร์เสต็ก (Eiserner Steg / Iron Bridge) เป็นสะพานคนเดินอันเก่าแก่ของเมืองแฟรงค์เฟิร์ตที่ทอดข้ามแม่น้ำไมน์ (Main River) เชื่อมพื้นที่ระหว่างบริเวณศูนย์กลางเมืองและพื้นที่ริมแม่น้ำฝั่งใต้เข้าไว้ด้วยกัน ตัวสะพานทำจากโครงเหล็กสีเขียวเข้ม ทางเดินปูด้วยคอนกรีต ที่นี่นอกจากจะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเมืองเพราะมีทัศนีภาพอันสวยงามบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแล้ว แต่ยังเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมในการคล้องกุญแจแห่งความรักที่บริเวณรั้วด้านข้างของสะพานอีกด้วย

อ่านต่อ

สถานีรถไฟกลางแฟรงค์เฟิร์ต เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

สถานีรถไฟกลางแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt (Main) Hauptbahnhof / Frankfurt Central Station) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแฟรงค์เฟิร์ต เป็นสถานีรถไฟที่มีความทันสมัย มีร้านค้า และร้านอาหารมากมาย รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างเช่น ที่จอดรถ เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว บริการตู้ล็อคเกอร์ฝากกระเป๋า เคาน์เตอร์แลกเงิน ศูนย์รับแจ้งคืนของหาย ห้องน้ำ อินเตอร์เน็ต ตู้เอทีเอ็ม และตู้โทรศัพท์สาธารณะ เป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่สำคัญที่สุดและพลุกพล่านที่สุดในประเทศเยอรมนี มีรถไฟเป็นพันสายวิ่งเข้าออกทุกวัน มีทั้งสายที่ให้บริการในเมืองแฟรงค์เฟิร์ต และสายที่วิ่งไปยังประเทศต่างๆ มีนักท่องเที่ยวมากกว่าสามแสนต่อคนคนเดินทางผ่านสถานีรถไฟแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีบริการรถไฟด่วน ICE เชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟกลางแฟรงค์เฟิร์ตและสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต และมีเส้นทางที่วิ่งไปยังเมืองต่างๆ ในเยอรมนีอย่างเช่นเมืองเบอร์ลิน และเส้นทางต่างประเทศอย่างเช่น กรุงโคเปนเฮเกนในเดนมาร์ก กรุงอัมสเตอร์ดัมในเนเธอร์แลนด์ และกรุงปรากในสาธารณรัฐเช็กอีกด้วย

อ่านต่อ

ศาลากลางโรเมอร์ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

ศาลากลางโรเมอร์ (Romer City Hall) เป็นบ้านหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นในสมัยยุคกลาง และทางสภาเทศบาลเมืองได้ทำการซื้อต่อจากเจ้าของเดิมมาเพื่อใช้เป็นศาลากลางประจำเมือง ต่อมาได้มีการสร้างอาคารที่มีสถาปัตยกรรมแบบเดียวกันขึ้นอีกหลายหลังในละแวกนั้น ปัจจุบันเรียกว่าย่าน Romerberg เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด และยังเป็นสถานที่จัดตลาดคริสต์มาสและงานประจำปีอื่นๆ ของเมืองแฟรงค์เฟิร์ต

อ่านต่อ

ย่านฮอพวอช เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

ฮอพวอช (Hauptwache) เป็นชื่อป้อมปราการเก่าแก่ของเมืองแฟรงค์เฟิร์ตที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 แต่ปัจจุบันกลายเป็นแลนด์มาร์กใจกลางเมือง แฟรงค์เฟิร์ตเคียงคู่กับโบสถ์เซนต์แคทเธอรีน (St. Catherine's Church) พื้นที่บริเวณนี้ถูกเรียกว่าย่านฮอพวอช โดยเรียกตามชื่อของป้อมปราการแห่งนี้นั่นเองสถานที่เชิงประวัติศาสตร์แห่งนี้รายล้อมด้วยสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ถนนคนเดิน และสถานีรถไฟ นอกจากนี้ ที่นี่ยังนิยมใช้เป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นอีกด้วย ฮอพวอชจึงจัดเป็นอีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์คยอดนิยมของเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ปัจจุบันบริเวณป้อมปราการเป็นที่ตั้งของร้านอาหารเก่าแก่ที่มีชื่อว่า คาเฟ่ฮอพวอช (Cafe Hauptwache) ที่เปิดมานานกว่าร้อยปี

อ่านต่อ

มหาวิหารเซนต์บาร์โธโลมิว เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

มหาวิหารเซนต์บาร์โธโลมิว (St. Bartholomew’s Cathedral) เป็นมหาวิหารที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมโกธิก มีความสูง 95 เมตร เดิมทีเมื่อแรกสร้างเสร็จจัดเป็นสถาปัตยกรรมที่สูงที่สุดในเมือง แต่เมื่อมหานครแฟรงค์เฟิร์ตกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศเยอรมนี จึงมีตึกสูงเสียดฟ้าเกิดขึ้นมากมาย ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบันมหาวิหารเซนต์บาร์โธโลมิวจึงไม่ได้ติดอันดับอาคารที่สูงที่สุดอีกต่อไป แต่ยังคงมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นศูนย์รวมใจของคริสตศาสนิกชน และยังเป็นแลนด์มาร์กสะท้อนประวัติศาสตร์อันสำคัญและยิ่งใหญ่ของเมือง เพราะมหาวิหารเซนต์บาร์โธโลมิวยังมีอีกชื่อหนึ่งอย่างเป็นทางการว่า Imperial Cathedral of Saint Bartholomew (ชื่อภาษาเยอรมันคือ Kaiserdom St. Bartholomäus) ซึ่งนอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุส่วนกระโหลกหน้าผากของนักบุญบาร์โธโลมิว ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบสองอัครสาวกรุ่นแรกของพระเยชูคริสต์ และยังเป็นสถานที่ที่ใช้ประกอบพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกให้กับจักรพรรดิโรมันในช่วงศตวรรษที่ 12 ถึง ศตวรรษที่ 17 ด้วยเหตุนี้ที่นี่จึงได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิหารหลวงแม้จะไม่มีพระอัครสังฆราชประทับอยู่ก็ตาม บริเวณพื้นที่ของมหาวิหารยังมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุทางศาสนา และในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม สามารถเดินขึ้นบันไดจำนวน 324 ขั้นขึ้นไปยังด้านบนหอคอยเพื่อชมทัศนีภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจได้อีกด้วย

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์ปอล เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

โบสถ์เซนต์ปอล (St Paul's Church / ภาษาเยอรมันคือ Paulskirche) เป็นโบสถ์นิกายโปรเตสแตนต์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ไม่ไกลจากย่านศาลากลางโรเมอร์ และเป็นโบสถ์คริสต์ลูเธอร์แรนที่เป็นสมาชิกสมาคมโบสถ์อีวานเจลิคัลแห่งชาติในประเทศเยอรมนี นอกจากนี้ที่นี่ยังเคยเป็นรัฐสภาแฟรงค์เฟิร์ตในปีค.ศ. 1848 ที่นี่จึงเป็นที่รู้จักกันในนาม "แหล่งกำเนิดประชาธิปไตยในเยอรมนี" และได้รับการยกย่องว่าเป็นอนุสรณ์สถานของประเทศด้านเสรีภาพและประชาธิปไตยอีกด้วย

อ่านต่อ

ตึกยูโรทาวเวอร์ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

ตึกยูโรทาวเวอร์ (Eurotower) เป็นอาคารสี่สิบชั้นที่มีความสูง 148 เมตร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งสำนักใหญ่ของธนาคารกลางแห่งยุโรป (European Central Bank (ECB)) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 - ค.ศ. 2014 แต่ปัจจุบันสำนักงานใหญ่ได้ย้ายไปยังตึก Main Building ในเขต Ostend ทางตะวันออกของเมือง แต่สาขาธนาคารที่ตึกยูโรทาวเวอร์ยังเปิดให้บริการตามปกติ บริเวณด้านนอกของตึกยูโรทาวเวอร์ จะมีจุดแลนด์มาร์กขนาดใหญ่เรียกว่า อนุเสาวรีย์สกุลเงินยูโร (Euro mounument) มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ของสกุลเงินยูโรสีน้ำเงิน และมีดาวสีทองล้อมรอบอยู่ ซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

อ่านต่อ

ตึกไมน์ทาวเวอร์ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

ตึกไมน์ทาวเวอร์ (Main Tower) เป็นอาคาร 56 ชั้น มีความสูง 200 เมตร ตั้งอยู่ในเขต Innenstadt ของเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ได้รับการตั้งชื่อตามแม่น้ำไมน์ (Main River) ที่เป็นแม่น้ำสายหลักของเมือง ตัวอาคารประกอบไปด้วยสำนักงานให้เช่า ศูนย์ออกกำลังกาย และหอชมเมืองบริเวณชั้นดาดฟ้า ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมวิวเมืองแฟรงเฟิร์ตที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะสามารถชมทัศนียภาพเมืองจากด้านบนได้โดยรอบสามร้อยหกสิบองศา และยังมีส่วนของภัตตาคารให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานอาหารพร้อมชมวิวที่น่าประทับใจได้อีกด้วย จัดเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมของเมืองแฟรงค์เฟิร์ต

อ่านต่อ

ตลาดกลางเคลนมาร์คแทล เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

ตลาดกลางเคลนมาร์คแทล (Kleinmarkthalle Market Hall) เป็นตลาดภายในอาคาร มีพื้นที่ประมาณ 1,500 ตารางเมตร เป็นตลาดยอดนิยมของเมือง แฟรงค์เฟิร์ตที่เปิดมายาวนานกว่าหกสิบปี เป็นดั่งสวรรค์ของผู้ที่รักการทำอาหาร เพราะเป็นแหล่งขายวัตถุดิบคุณภาพดีทั้งวัตถุดิบท้องถิ่น และวัตถุดิบนำเข้าจากนานาชาติ ที่นี่มีสินค้าให้เลือกหลากหลายประเภท มีแผงขายของประมาณร้อยกว่าแผงซึ่งถูกจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนและเป็นระเบียบเรียบร้อย ประกอบด้วยแผงขายของสดอย่างเช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ แผงขายอาหารแปรรูปอย่างเช่น ไส้กรอก ชีส เส้นสปาเก็ตตี และแผงขายดอกไม้ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าและร้านอาหารประมาณอีกประมาณหกสิบกว่าร้าน ให้นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นได้เลือกซื้อสินค้ากันอย่างเพลิดเพลิน ตลาดกลางเคลนมาร์คแทลจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

อ่านต่อ

การเดินทางโดยการใช้ขนส่งสาธารณะในเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

เมืองแฟรงค์เฟิร์ตมีขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมทั่วทั้งเมือง และมีเส้นทางเดินรถแต่ละประเภทที่ไม่ทับซ้อนกัน โดยขนส่งสาธารณะหลักในเมืองจะเป็นการเดินทางโดยรถไฟสาย S-Bahn กับ U-Bahn และมีรถประจำทางให้บริการในเขตพื้นที่รอบนอกเส้นทางเดินรถไฟ และผ่านจุดที่ให้ผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟได้ อีกทั้งยังมีความสะดวกด้วยระบบตั๋วโดยสารที่เชื่อมต่อกันทั้งระบบ โดยซื้อบัตรโดยสารใบเดียวในการเดินทางก็สามารถใช้ได้ทั้ง รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และรถประจำทาง อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ใช้จักรยานเป็นยานพาหนะโดยสามารถนำจักรยานขึ้นรถสาธารณะได้อีกด้วย

อ่านต่อ

สวนสาธารณะเคแอลซีซีพาร์ก เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

สวนสาธารณะเคแอลซีซีพาร์ก (KLCC Park) เป็นสวนสาธารณะใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตึกแฝด Pitronas สร้างขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่สีเขียวให้กับคนเมืองในการพักผ่อน ออกกำลังกาย มีทั้งสระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น และทะเลสาบขนาดใหญ่ที่จะมีการแสดงแสงสีเสียงของน้ำพุ Lake Symphony ทุกวัน ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมความงามของตึกแฝดอีกแห่งหนึ่ง

อ่านต่อ

สวนสาธารณะไฮพาร์ค เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

สวนสาธารณะไฮพาร์ค (Hyde Park ) สวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงขนาด 16.2 เฮกตาร์ใจกลางเมืองซิดนีย์ และเป็นสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศออสเตรเลีย มีพื้นที่สีเขียวสำหรับนั่งนักผ่อนและทำกิจกรรมผ่อนคลาย แวดล้อมไปด้วยสวนดอกไม้ปลูกประดับสวยงาม น้ำพุ อนุสรณ์สถาน และต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาใจกลางกรุง

อ่านต่อ

สวนพฤกษศาสตร์หลวง เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

สวนพฤกษศาสตร์หลวง ซิดนีย์ (Royal Botanic Gardens) สวนพฤกษศาสตร์อายุกว่า 200 ปี บนพื้นที่ขนาด 74 เอเคอร์ ใจกลางเมืองซิดนีย์ คือสถานที่ท่องเที่ยวชั้นดีที่นักท่องเที่ยวจะพบกับความรื่นรมย์จากธรรมชาติใจกลางเมือง และได้เรียนรู้เกี่ยวกับออสเตรเลียผ่านพืชพันธุ์ท้องถิ่นนานาชนิดไปในขณะเดียวกัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์ เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (Rijksmuseum) หรือพิพิธภัณฑ์เร็กซ์เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวดินแดนกังหันลมแห่งนี้ เพราะที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศที่รวบรวมวัตถุโบราณ งานศิลปะเก่าแก่และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้มากมาย โดยในแต่ละปีนั้นมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้กว่าล้านคน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะห์ เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะห์ (Van Gogh Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์สไตล์โมเดิร์นที่เก็บรวบรวมผลงานจำนวนมากที่สุดของศิลปินเอกชาวดัตช์ผู้นี้ ผู้ซึ่งขายภาพของตัวเองได้เพียงชิ้นเดียวขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ และไม่เคยได้มีโอกาสได้รับรู้ถึงความโด่งดังและมูลค่าอันมหาศาลของผลงานตัวเองในเวลาต่อมาเลย

อ่านต่อ

สวนสนุกลูน่า พาร์ก เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

สวนสนุกลูน่า พาร์ก (Luna Park) สวนสนุกริมทะเลยอดนิยมประจำเมืองเมลเบิร์น สถานที่ที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทุกเพศทุกวัยมานานกว่า 107 ปี สวนสนุกแห่งนี้เต็มไปด้วยเครื่องเล่นทันสมัยหลากหลายชวนตื่นเต้น รวมถึงยังเป็นสวนสนุกที่มีรถไฟเหาะตีลังกาไม้ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต (Choco Story Museum) สวรรค์ของคนรักช็อกโกแลตกับพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงพัฒนาการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ของพืชเศรษฐกิจหลักประจำเมืองบรัสเซลส์อย่างต้นโกโก้ ต้นน้ำของผลิตผลยอดนิยมในเบลเยียมที่แปรรูปมาเป็นโกโก้ ช็อกโกแล็ต รสชาติเยี่ยม ซึ่งนักท่องเที่ยวยังสามารถชิมช็อกโกแลตจากเชฟคุณภาพที่มาสาธิตวิธีทำช็อกโกแลตให้เราชมกันในพิพิธภัณฑ์ด้วย

อ่านต่อ

สวนสาธารณะจูบิลี่ เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

สวนสาธารณะจูบิลี่ (Jubilee Park) พื้นที่สีเขียวขนาด 74 เอเคอร์แห่งนี้ คือสวนสาธารณะที่แวดล้อมไปด้วยพิพิธภัณฑ์ อนุสรณ์สถาน สถาปัตยกรรม อันโดดเด่นในเมืองบรัสเซลส์ มีลานกิจกรรมที่ใช้สำหรับจัดงานเทศกาลสำคัญของเมือง นับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว ที่เหมาะต่อการมาเดินเล่นชมสถานที่น่าสนใจ ท่ามกลางบรรยากาศชวนสบายใจของสวนสาธารณะ

อ่านต่อ

ประติมากรรมแมนเนเกน พิส และพิพิธภัณฑ์เสื้อผ้าแมนเนเกน พิส เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

ประติมากรรมแมนเนเกน พิส และพิพิธภัณฑ์เสื้อผ้าแมนเนเกน พิส (Manneken Pis & Garderobe Manneken Pis) แลนด์มาร์กยอดนิยมแห่งนี้ คือประติมากรรมเด็กชายกำลังยืนปัสสาวะ ที่กลายมาเป็นภาพแทนทางวัฒนธรรมของเมืองบรัสเซลส์ ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมกันหนาแน่นที่สุดจุดหนึ่งของเมือง และบริเวณใกล้เคียงกันยังมีพิพิธภัณฑ์เสื้อผ้าของเด็กชายที่รวบรวมเครื่องแต่งกายตามประเพณีพื้นเมืองและเทศกาลของบรัสเซลส์ และของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่จัดแสดงเป็นคอลเลกชั่นกว่า 1,000 ชุด

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์หลวงแห่งเบลเยียม เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์หลวงแห่งเบลเยียม (Royal Museum of Fine Arts of Belgium) เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ที่เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมขนาดใหญ่ของประเทศ ภายในมีงานศิลป์ที่จัดแสดงรวมกว่า 20,000 ชิ้น ซึ่งรวบรวมมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 จนถึงปัจจุบัน มีคอลเลกชั่นผลงานของศิลปินชื่อดังระดับโลกหลายคน และเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการถาวร นิทรรศการชั่วคราว ตลอดจนงานอีเว้นท์ทางศิลปะที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมกันหนาแน่นทุกวัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เมืองบรัสเซลส์ เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

พิพิธภัณฑ์เมืองบรัสเซลส์ (Brussels City Museum) สถานที่ซึ่งตั้งอยู่ภายในสถาปัตยกรรมมรดกโลกอย่างอาคารแมซง ดูว์ รัว แห่งนี้ คือพิพิธภัณฑ์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองบรัสเซลส์ผ่านมรดกทางวัฒนธรรมกว่า 7,000 ชิ้น ทั้งงานประติมากรรม, ภาพวาด, สิ่งทอ, เครื่องแต่งกาย ฯลฯ ที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพความยิ่งใหญ่ และเสน่ห์ชวนหลงใหลของเมืองได้แบบชัดเจน

อ่านต่อ

10 มุมสวยถ่ายภาพมหาวิหารโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

เมืองโคโลญเป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี มีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำไรน์เป็นแม่น้ำสายหลักไหลผ่านกลางตัวเมือง ทำให้เกิดพื้นที่ริมแม่น้ำขึ้นสองฝั่ง เมืองโคโลญไม่เพียงแค่มีทัศนียภาพทางธรรมชาติอันสวยงามแต่ยังมีความยิ่งใหญ่และมีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแลนด์มาร์กประจำเมือง อย่างมหาวิหารโคโลญที่มีหอคอยคู่ตั้งตระหง่านตัดกับสีของท้องฟ้าที่ต่างกันไปในแต่ละช่วงวัน และสะพานโฮเอินซอลเลิร์นที่ทอดข้ามแม่น้ำไรน์เชื่อมพื้นที่สองฝั่งเข้าไว้ด้วยกัน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้มีบรรยากาศที่เหมาะแก่การพักผ่อนและเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีมุมถ่ายภาพที่สวยงามมากมายให้เก็บภาพความประทับใจอีกด้วย และ Palanla.com ได้รวบรวมมุมสวยถ่ายภาพแลนด์มาร์กยอดนิยมแห่งเมืองโคโลญมาฝากผู้ที่รักการเดินทางท่องเที่ยวและการถ่ายภาพไว้ดังต่อไปนี้

อ่านต่อ

10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

เมืองโคโลญ (Cologne / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Köln) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับที่สี่ของประเทศเยอรมนี รองจากเมืองเบอร์ลิน แฮมเบิร์ก และมิวนิค เมืองโคโลญตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนีในเขตลุ่มแม่น้ำไรน์ จึงมีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ

อ่านต่อ

การเดินทางโดยการใช้ขนส่งสาธารณะในเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

การเดินทางโดยการใช้ขนส่งสาธารณะในเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี Traveling by Public Transportation in Berlin, Germany

อ่านต่อ

การเดินทางโดยการใช้ขนส่งสาธารณะในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

เมืองโคโลญเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเส้นทางของระบบขนส่งสาธารณะครอบคลุมทั่วเมืองทั้งรถไฟและรถประจำทาง โดยการเดินทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็นรถไฟ เพราะมีความสะดวกสบายและมีสถานีใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ โดยสถานีหลักของเมืองโคโลญคือ สถานีรถไฟกลางโคโลญ (Cologne Central Station)

อ่านต่อ

หอชมเมืองโคโลญไทรแองเกิล เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

หอชมเมืองโคโลญไทรแองเกิล (Cologne Triangle / ชื่อภาษาเยอรมันคือ KölnTriangle) ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามมหาวิหารโคโลญ บริเวณด้านบนอาคารชั้นดาดฟ้าเป็นที่ตั้งของหอชมเมืองที่สามารถชมทัศนียภาพเมืองโคโลญอันสวยงามตราตรึงใจได้ในแบบพาโนรามา ผ่านรั้วกระจกที่มีชื่อสถานที่และภาพสัญลักษณ์กำกับไว้ให้นักท่องเที่ยวรู้จักสถานที่ที่เห็นผ่านกระจกบริเวณนั้นได้อย่างเข้าใจง่ายและรวดเร็ว จัดเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองโคโลญ

อ่านต่อ

แหล่งช้อปปิ้งชิลเดอร์กัส เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

แหล่งช้อปปิ้งชิลเดอร์กัส (Schildergasse Shopping Centre)เป็นถนนช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเมืองโคโลญ และยังเป็นหนึ่งในแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมของประเทศเยอรมนีอีกด้วย โดยอาคารที่เป็นจุดเด่นของที่นี่คือห้าง Weltstadthaus ที่ตัวตึกล้อมรอบด้วยกระจกทั้งหลัง และถ้ามองจากด้านบนจะมีรูปทรงเหมือนปลาวาฬแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้ง ด้านในเป็นที่ตั้งของร้านเสื้อผ้า Peek & Cloppenburg นอกจากนี้ยังมีห้างร้านของสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำมากมายตั้งอยู่ในแหล่งช้อปปิ้งชิลเดอร์กัส อาทิเช่น Galeria Kaufhof, H&M, Zara, Adidas, Tommy Hilfiger และที่พลาดไม่ได้คือ The House of 4711 Original Eau De Cologne แหล่งต้นกำเนิดน้ำหอมชื่อดัง No. 4711 ที่นี่จึงเป็นถนนคนเดินที่ถูกใจนักช้อปปิ้งอีกแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมนี

อ่านต่อ

สะพานโฮเอินซอลเลิร์น เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

สะพานโฮเอินซอลเลิร์น (Hohenzollern Bridge / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Hohenzollernbrücke) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำไรน์ (Rhine River) และเป็นแลนด์มาร์กของเมืองโคโลญเคียงคู่กับมหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) สะพานแห่งนี้นอกจากจะเชื่อมพื้นที่กลางเมืองทั้งสองฝั่งแม่น้ำเข้าไว้ด้วยกัน แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเหล่าคู่รักที่นิยมมาคล้องกุญแจแห่งความรัก (love locks) บริเวณรั้วบนสะพานแห่งนี้อีกด้วย ปัจจุบันมีแม่กุญแจหลากสีหลายขนาดคล้องไว้บริเวณรั้วบนสะพานโฮเอินซอลเลิร์นหลายพันชิ้น บางชิ้นมีการสลักชื่อ ติดสติ๊กเกอร์ และตกแต่งในแบบที่แตกต่างกันจากนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก เป็นอีกสีสันหนึ่งของการท่องเที่ยวเมืองโคโลญในปัจจุบัน

อ่านต่อ

รถไฟเล็กวอลเตอร์บิมเมลบาเนนชมเมืองโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

รถไฟเล็กวอลเตอร์บิมเมลบาเนน (Wolters Bimmelbahnen) เป็นรถไฟขนาดเล็กสีเขียวคาดเหลืองขับเคลื่อนบนถนนแบบไม่ต้องใช้ราง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย เพราะมีความสะดวกสบายในการเดินทางเที่ยวชมทัศนียภาพสองข้างทางของเมือง มีบรรยายภาษาอังกฤษ และแวะจอดที่สถานที่ท่องเที่ยวหลักในเมืองโคโลญอย่างมหาวิหารโคโลญ พิพิธภัณฑ์ช็อคโกแลต และสวนสัตว์โคโลญ โดยมีสองเส้นทางให้เลือกคือ เส้นทางไปพิพิธภัณฑ์ช็อคโกแลต (Chocolate-Express) ผ่านทางย่านเมืองเก่า และเส้นทางไปสวนสัตว์ (Zoo-Express) โดยทางเลียบแม่น้ำไรน์ โดยทั้งสองเส้นทางจะมีจุดเริ่มต้นที่เดียวกันคือมหาวิหารโคโลญ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อตั๋วรถไฟได้ทั้งแบบเที่ยวเดียวและแบบไปกลับ โดยจุดซื้อตั๋วและขึ้นรถไฟนี้อยู่ที่ศูนย์บริการการท่องเที่ยวเมืองโคโลญ (Cologne Tourist Board Service Centre / ชื่อภาษาเยอรมันคือ KölnTourismus GmbH) ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิหารโคโลญ

อ่านต่อ

สถานีรถไฟกลางโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

สถานีรถไฟกลางโคโลญ (Cologne Central Station / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Köln Hauptbahnhof) เป็นสถานีหลักของเมืองโคโลญ และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการรถไฟที่สำคัญที่สุดอีกแห่งหนึ่งในยุโรป เป็นจุดเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะหลักที่มีเส้นทางครอบคลุมเมืองหลักๆ ในประเทศเยอรมนี และประเทศอื่นๆ ในแถบยุโรป ในทุกๆ วันจะมีรถไฟมากกว่า 1,300 ขบวนวิ่งให้บริการในเส้นทางระหว่างเมืองโคโลญไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ในประเทศเยอรมนีและในประเทศที่อยู่รอบนอก จุดเด่นของสถานีรถไฟนี้คือมีรถไฟความเร็วสูงให้บริการไปมายังสนามบินโคโลญบอนน์ (Cologne/Bonn Airport station) และเมืองแฟรงค์เฟิร์ตที่สถานี Köln-Deutz railway station ในส่วนของขนส่งสาธารณะท้องถิ่นในก็มีความสะดวกสบายไม่แพ้กัน โดยมีเส้นทางครอบคลุมเขตต่างๆ ของเมืองโคโลญ และมีเวลาเดินรถให้เลือกได้ตามความต้อง

อ่านต่อ

ย่านเมืองเก่าโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

ย่านเมืองเก่าโคโลญ (Cologne Old Town / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Altstädter Köln) เป็นเมืองเก่าที่มีอาคารบ้านเรือนเรียงรายอยู่ในตรอกทางเดินที่ปูด้วยหินใกล้กับสวนริมแม่น้ำไรน์และโบสถ์เกรทเซนต์มาร์ติน ด้านในมีโรงเบียร์ ผับ และร้านอาหารมากมายให้นักท่องเที่ยวได้มาลิ้มลองเครื่องดื่มขึ้นชื่ออย่างดราฟท์เบียร์ Kölsch หรืออาหารท้องถิ่นอย่างแซนด์วิช Halver Hahn นอกจากนี้ในบริเวณย่านเมืองเก่าโคโลญยังมีพิพิธภัณฑ์ อนุเสาวรีย์ อนุสรณ์สถานและประติมากรรมอันสวยงามและแปลกตาของน้ำพุ และรูปปั้นต่างๆ อีกด้วย

อ่านต่อ

มหาวิหารโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Kölner Dom) ตั้งอยู่กลางเมืองโคโลญ ริมแม่น้ำไรน์ (Rhine River) เป็นโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก โดดเด่นด้วยหอคอยคู่ตั้งตระหง่านอย่างยิ่งใหญ่ด้วยความสูง 157.38 เมตร ตัดกับเส้นขอบฟ้าที่เป็นฉากหลัง จัดเป็นแลนด์มาร์กของเมืองโคโลญคู่กับสะพานโฮเอินซอลเลิร์น (Hohenzollern Bridge) ที่ทอดข้ามแม่น้ำไรน์ นอกจากนี้มหาวิหารโคโลญยังเป็นที่ประดิษฐานหีบสามกษัตริย์ จึงเป็นหนึ่งในสถานที่แสวงบุญที่สำคัญที่สุดในยุโรป อีกทั้งยังเป็นสถานที่เก็บรวมรวมทรัพย์สมบัติทางประวัติศาสตร์อีกมากมาย และมีจุดชมวิวพาโนรามาบนหอคอยสูงอันน่าตื่นตาตื่นใจ มหาวิหารโคโลญได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) World Heritage Sites ในปี ค.ศ. 1996

อ่านต่อ

โบสถ์เกรทเซนต์มาร์ติน เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

โบสถ์เกรทเซนต์มาร์ติน (Great St. Martin Church / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Kath. Kirche Groß St. Martin) เป็นโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิกตั้งอยู่ย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำไรน์มาตั้งแต่ยุคกลาง ด้วยสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะโดดเด่น มีหอคอยสี่ทิศล้อมรอบหลังคาโบสถ์ยอดแหลมประดับด้วยไม้กางเขนที่ด้านบน สามารถมองเห็นได้จากริมแม่น้ำไรน์ จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมของเมืองโคโลญ

อ่านต่อ

กระเช้าลอยฟ้าโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

กระเช้าลอยฟ้าโคโลญ (Cologne Cable Car / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Rhein-Seilbahn) เป็นกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำไรน์ (Rhine River) ไปมาระหว่างฝั่งสวนสัตว์โคโลญทางด้านตะวันตก กับฝั่งสวนสาธารณะไรน์พาร์ค (Rheinpark) ทางด้านตะวันออกเพื่อชมวิวเมืองโคโลญอันน่าประทับใจจากด้านบนกระเช้า เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทุกวัย โดยสามารถเลือกได้ว่าจะขึ้นเที่ยวเดียวหรือไปกลับ กระเช้าเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี

อ่านต่อ

สวนโออิชิ จังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น

สวนโออิชิ (Oishi Parki) สวนดอกไม้หลากสายพันธุ์ริมทะเลสาบคาวากุจิโกะ ที่ละลานตาไปด้วยทุ่งดอกไม้สีสันสวยงามหลายชนิดที่หมุดเวียนมาปลูกตลอดทั้งปี โดยมีทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขาไฟฟูจิ เรียกว่าเป็นพื้นที่ทางธรรมชาติที่เพียบพร้อมไปทั้งทะเล ภูเขา และดอกไม้

อ่านต่อ

สวนสนุกฟูจิคิว ไฮแลนด์ จังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น

สวนสนุกฟูจิคิว ไฮแลนด์ (Fuji Q Highland) สวนสนุกที่เป็นเจ้าแห่งเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวที่ติดอันดับโลกหลายชิ้น ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สามารถเห็นทัศนียภาพสวยๆ ของภูเขาไฟฟูจิได้ชัดเจน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเล่นความหวาดเสียวแบบเต็มพิกัดจากสวนสนุก และยังสามารถเห็นทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า (Nagoya Science Museum) แหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ภายในมีส่วนจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ธรรมชาติวิทยา ฯลฯ เป็นที่ตั้งของท้องฟ้าจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของสถาปัตยกรรมรูปโลกสีเงินขนาดใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันตลอดทั้งวัน

อ่านต่อ

สวนสนุกเลโก้แลนด์ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

สวนสนุกเลโก้แลนด์ (Legoland Japan) แลนด์มาร์กสำคัญที่แสดงถึงความยอดนิยมจากของเล่นระดับโลกที่ใครๆ ก็รู้จัก กับตัวต่อเลโก้ และเป็นสวนสนุกที่สร้างขึ้นมาจากบริษัทผู้ผลิตเลโก้โดยตรง ทำให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพ และความสนุกสนานในสถานที่ซึ่งเนรมิตให้อยู่ในธีมปาร์คเลโก้แบบทุกตารางนิ้ว

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเอวานอส จังหวัดเนฟเชียร์ ประเทศตุรกี

พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเอวานอส (Avanos Pottery Center / Cappadocia Underground Ceramic Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาใต้ดินที่ขุดเจาะจากหินแห่งแรกของโลก (The World’s first rock-carved underground ceramic museum) ที่จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาหรือเซรามิกร่วม 500 ชิ้น เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของการทำเครื่องปั้นดินเผาในเอวานอส แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพดีและขึ้นชื่อของประเทศตุรกีที่ทำสืบทอดกันมายาวนานกว่า 2,000 ปี

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม จังหวัดเนฟเชียร์ ประเทศตุรกี

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Goreme Open Air Museum) เป็นสถานที่ทางจิตวิญญาณอันเกิดจากการสลักหิน ที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้เข้าใจถึงอิทธิพลของศาสนาในสมัยโบราณ และเรียนรู้เรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษชาวคัปปาโดเชียน (Cappadocian) ได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นบริเวณที่สามารถนั่งดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์โดยรอบอันงดงาม

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูไบ รัฐดูไบ ประเทศอาหรับเอมิเรตส์

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูไบ (Dubai Aquarium) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 8 ของโลกแห่งนี้ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ทางทะเลที่มีสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลให้เยี่ยมชมกว่า 33,000 ชนิด พร้อมกิจกรรม และการแสดงต่างๆ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสบรรยากาศของโลกใต้ท้องทะเลอย่างจุใจ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ดูไบ รัฐดูไบ ประเทศอาหรับเอมิเรตส์

พิพิธภัณฑ์ดูไบ (Dubai Museum) แหล่งรวบรวมประติมากรรม งานศิลป์ ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ เกี่ยวกับโลกอาหรับที่ใหญ่ และมีเนื้อหาครอบคลุมที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอาหรับเอมิเรตส์ ตัวพิพิธภัณฑ์ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า ภายในมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามานำเสนอเรื่องราวน่าสนใจของชาวอาหรับให้กับผู้เข้าชมได้อย่างลงตัว

อ่านต่อ

สวนสนุกเฟอร์รารี่ เวิลด์ รัฐอาบูดาบี ประเทศอาหรับเอมิเรตส์

สวนสนุกเฟอร์รารี่ เวิลด์ (Ferrari World) สวนสนุกในร่มขนาดใหญ่ที่ทาง เฟอร์รารี่ (Ferrari) สร้างขึ้นมาให้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงต่างๆ โดยมีแบรนด์เฟอร์รารี่เป็นจุดขายหลัก โดยภายในมีทั้งโรงแรม เครื่องเล่นความเร็วสูง สนามแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ฯลฯ ตัวสวนสนุกมีจุดเด่นคือหลังคาสีแดงโค้งเว้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวถังของรถ Ferrari GT ซึ่งประดับด้วยโลโก้เฟอร์รารี่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์และโบสถ์ฮาเกีย โซเฟีย เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

ฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) เป็นโบสถ์ทรงโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมโบสถ์ของคริสต์ศาสนิกชนตะวันตกยุคไบแซนไทน์ (Byzantine) ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นสถาปัตยกรรมทางศาสนาที่มีความยิ่งใหญ่และงดงามเท่านั้น ทว่าโบสถ์แห่งนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง รวมถึงได้รับคัดเลือกให้เข้ารอบสุดท้าย 1 ใน 21 สิ่งมหัศจรรย์ในยุคใหม่เมื่อปี ค.ศ. 2007 อีกด้วย

อ่านต่อ

พระราชวังโทพคาปิ เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

พระราชวังโทพคาปิ (Topkapi Palace) พระราชวังอายุหลายร้อยปีริมแม่น้ำใจกลางเมืองอิสตันบูล ที่ยังคงความงดงามอลังการไม่เสื่อมคลาย สถานที่ที่เคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมันมานานหลายพระองค์ หลายศตวรรษ ซึ่งปัจจุบันยังคงทำหน้าที่เป็นที่เก็บโบราณวัตถุอันศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่าของตุรกีและเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติของตุรกี

อ่านต่อ

10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เมืองเบอร์ลิน (Berlin) เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี (Germany) ชื่อทางการของประเทศคือ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Federal Republic of Germany) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและมีจำนวนประชากรมากที่สุดในประเทศ และมากเป็นอันดับสองของสหภาพยุโรปรองจากเมืองลอนดอน ทางด้านสภาพภูมิศาสตร์ ตัวเมืองเบอร์ลินตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ โดยมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบลุ่มที่มีแม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำชเปร (Spree) ตัดผ่านกลางตัวเมือง หนึ่งในสามของเมืองเป็นพื้นที่สีเขียวอย่างเช่น พื้นที่ป่า สวนสาธารณะ และแม่น้ำคูคลองต่างๆ ทางด้านสภาพภูมิอากาศ เบอร์ลินเป็นเมืองที่มีสภาพอากาศดี มีฤดูร้อนที่อบอุ่น และฤดูหนาวที่ไม่รุนแรง โดยฤดูร้อนจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน ถึง เดือนกันยายน มีอุณหภูมิเฉลี่ยราว 23 องศาเซลเซียส และฤดูหนาวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม ถึง เดือนมีนาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ยราว 3 องศาเซลเซียส มีฝนตกเกือบตลอดปี ซึ่งช่วงที่มีปริมาณน้ำฝนสูงสุดของปีคือช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง เดือนสิงหาคม

อ่านต่อ

จัตุรัสเจนดาร์เมนมาร์ค เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

จัตุรัสเจนดาร์เมนมาร์ค (Gendarmenmarkt) จัดเป็นจัตุรัสที่สวยที่สุดในกรุงเบอร์ลิน และตั้งอยู่ในศูนย์กลางของสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็นหนึ่งในบริเวณที่พลุกพล่านคึกคักของเมืองหลวง มีนักท่องเที่ยวมากกว่าล้านคนมาเยือนในแต่ละปี ด้วยทำเลที่นอกจากจะมีทั้งร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร ธนาคาร และห้างสรรพสินค้า และยังเป็นสถานที่รายล้อมด้วยอาคารที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่สวยงาม เช่น อาคารจัดแสดงคอนเสิร์ต (Concert Hall) โบสถ์ฝรั่งเศส (French church) และโบสถ์เยอรมัน (German church) ให้เที่ยวชมและเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในที่จัดงานตลาดคริสต์มาส (Christmas market) ของเมืองเบอร์ลินอีกด้วย

อ่านต่อ

สะพานโอเบอร์บวม เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

สะพานโอเบอร์บวม (Oberbaum Bridge / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Oberbaumbrücke) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำชเปร (Spree) มีลักษณะเป็นสะพานสองชั้น ชั้นบนเป็นทางรถไฟ ชั้นล่างสำหรับยานพาหนะทั่วไป และมีทางเท้าสำหรับคนสัญจรไปมา โดยสะพานแห่งนี้ได้เชื่อมพื้นที่เขต Friedrichshain ในฝั่งตะวันออก กับเขต Kreuzberg ในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเข้าไว้ด้วยกัน เหตุผลที่สะพานแห่งนี้นับเป็นจุดแลนด์มาร์กอีกแห่งหนึ่งของเมืองเบอร์ลิน ไม่ใช่เพียงแค่มีทัศนียภาพอันสวยงาม และสถาปัตยกรรมของสะพานที่โดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานประวัติศาสตร์ในช่วงการแบ่งแยกเยอรมนีอีกด้วย โดยสะพานโอเบอร์บวมเป็นเขตชายแดนที่เป็นจุดผ่านแดนระหว่างเยอรมนีตะวันออกและตะวันตก ซึ่งให้เฉพาะคนฝั่งตะวันตกผ่านเข้าฝั่งตะวันออกเท่านั้น และหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินสะพานแห่งนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ในเชิงเอกภาพที่เชื่อมกรุงเบอร์ลินทั้งสองฝั่งให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง

อ่านต่อ

หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ (TV Tower / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Berliner Fernsehturm) สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์แห่งกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี ด้วยความสูงเสียดฟ้าถึง 368 เมตรรวมเสาอากาศจึงเป็นแลนด์มาร์กที่สังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดของเมือง และจัดเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในยุโรปที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ด้านบนเป็นที่ตั้งของหอชมเมืองที่ระดับความสูง 203 เมตรที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพในมุมมอง 360 องศารอบเมืองเบอร์ลินและเมืองใกล้เคียงในระยะประมาณ 60 กิโลเมตรในวันที่ท้องฟ้าเปิด ภายในหอคอยยังมีห้องอาหารที่ระดับความสูง 207 เมตรที่จะหมุนรอบตัวเอง 360 องศาภายในเวลาครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ให้แขกที่มาเยือนได้นั่งรับประทานอาหารไปและชมวิวไปพร้อมกัน

อ่านต่อ

ศาลากลางสีแดง เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

ศาลากลางสีแดง (Rotes Rathaus) คือ ศาลากลางประจำเมืองเบอร์ลิน (Berlin City Hall) เป็นทั้งสำนักงานของนายกเทศมนตรี และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเมืองเบอร์ลิน ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐสีแดงจึงเป็นที่มาของชื่ออาคารว่า Rotes Rathaus (ภาษาเยอรมัน rotes แปลว่า สีแดง และ rathaus แปลว่า ศาลากลาง) ศาลากลางนี้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Alexanderplatz และ TV Tower ภายในอาคารมีห้องโถงและห้องจัดนิทรรศการที่ตกแต่งอย่างสวยงามหลายห้องไว้สำหรับจัดงานพิธีสำคัญต่างๆ และไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชม

อ่านต่อ

เสาชัยชนะ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เสาชัยชนะ (Victory Culumn / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Siegessäule) เป็นอนุเสาวรีย์ที่มีความสูง 67 เมตร ด้านบนสุดประดับด้วยรูปปั้นเทพีวิกตอเรียสีทอง ซึ่งเป็นเทพีแห่งชัยชนะในตำนานของกรีกโรมันโบราณ ในอดีตสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามของปรัสเซีย ปัจจุบันถือเป็นจุดแลนด์มาร์กยอดนิยมอีกแห่งของเมืองเบอร์ลินที่มีจุดชมวิวแบบพาโนรามา เสาชัยชนะตั้งอยู่ใจกลางสวนสาธารณะเทียร์การ์เทน (Tiergarten) บริเวณเกาะกลางของวงเวียน Der Große Stern (The Great Star) ที่มีถนนห้าสายมาบรรจบกัน ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่นายบารัค โอบามา ได้มากล่าวสุนทรพจน์ในปีค.ศ. 2008 ก่อนที่เขาจะได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

อ่านต่อ

อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Memorial to the Murdered Jews of Europe) เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างอุทิศแด่เหยื่อชาวยิวกว่าหกล้านคนในเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และให้คนรุ่นหลังรำลึกถึงความหายนะในอดีต ความทรงจำอันน่าเศร้าสลด และยังเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับคนยุคใหม่อีกด้วย สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 19,000 ตารางเมตร ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ออกแบบโดย Peter Eisenman สถาปนิกชาวนิวยอร์ก ด้วยการวางแท่งคอนกรีตจำนวน 2,711 แท่งที่มีขนาดความสูงต่ำแตกต่างกันไปบนพื้นที่ที่ลาดเอียงเล็กน้อย โดยมีระยะช่องทางเดินในแต่ละช่อง เมื่อมองเผินๆ โครงสร้างโดยรวมจะคล้ายคลื่นไม่ว่าคุณจะยืนอยู่ตรงไหนก็ตาม โดยสถาปัตยกรรมนี้มีชื่อเรียกว่า Field of Stelae ที่นี่ยังแตกต่างจากอนุสรณ์สถานทั่วไปเพราะไม่มีจุดศูนย์กลางของสถานที่อย่างเช่น รูปปั้น หรือ เสาธง เหมือนอย่างที่อื่น เนื่องจากเป็นการออกแบบเชิงนามธรรม (Abstract) เปิดกว้างให้ผู้ที่มาเยือนตีความความรู้สึกที่สัมผัสได้เอาเอง เช่น บางคนอาจรู้สึกอึดอัด หรือบางคนอาจสัมผัสได้ถึงความไม่มั่นคง ความไม่แน่นอน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีศูนย์ข้อมูล (Information Centre) ขนาด 800 ตารางเมตรตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน จัดแสดงข้อมูลของเหยื่อ เช่น ชีวประวัติสั้นๆ รวมถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างเช่น จดหมายอำลา หรือภาพถ่ายของสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์การทำลายล้าง และเนื่องจากศูนย์บริการข้อมูลนี้อาจมีภาพหรือเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง จึงมีการจำกัดอายุผู้เข้าชมสำหรับบุคคลอายุ 14 ปีขึ้นไปเท่านั้น

อ่านต่อ

รัฐสภาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

รัฐสภาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (German Bundestag / ภาษาเยอรมันคือ Deutscher Bundestag) เป็นที่ประชุมสภาของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ที่อาคารไรชส์ทาค (Reichstag Building) ในกรุงเบอร์ลิน สิ่งที่น่าสนใจของอาคารไรชส์ทาคแห่งนี้คือโดมแก้วขนาดใหญ่ (Reichstag Dome) ด้านบนสุดของอาคารที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามและทันสมัย โดยมีระบบกระจกที่สามารถควบคุมแสงและพลังงานความร้อนได้ตามสภาพอากาศ และไม่เพียงแค่สามารถมองเห็นวิว 360 องศาของเมืองเบอร์ลิน แต่ยังสามารถมองเห็นห้องประชุมสภาที่อยู่ด้านล่างได้อีกด้วย นอกจากนี้ภายในโดมแก้วยังมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับรัฐสภาให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ โดยบริเวณโดมเปิดให้เข้าชมฟรีแต่ต้องมีการลงทะเบียนล่วงหน้าในเว็บไซต์ ที่นี่จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงเบอร์ลินอีกแห่งหนึ่ง

อ่านต่อ

เช็คพอยท์ชาร์ลี เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เช็คพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) หรือด่านชาร์ลี แต่เดิมเป็นด่านตรวจเข้าออกพรมแดนระหว่างเยอรมนีตะวันออกและเยอรมนีตะวันตกในช่วงสงครามเย็น (Cold War) ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนฟรีดริชสตราสเซอ (Friedrichstraße) และซิมเมอร์สตราสเซอ (Zimmerstraße) และยังเป็นบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การเผชิญหน้ากันของรถถังอเมริกากับโซเวียตในปี ค.ศ. 1961 ในปัจจุบันเช็คพอยท์ชาร์ลีเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในกรุงเบอร์ลิน โดยมีการจำลองด่าน ธงชาติ ป้ายประกาศ และแผงกระสอบทรายกันกระสุนไว้ตรงที่เดิม พร้อมนักแสดงที่ใส่ชุดทหารประกอบ เพื่อสร้างบรรยากาศในยุคนั้นให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่คึกคักของอาคารร้านค้าสองข้างทางในยุคนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับการแต่งนวนิยายแนวสืบสวนชื่อดังอย่างเช่นเรื่อง James Bond in Octopussy ไปจนถึง The Spy Who Came In From The Cold

อ่านต่อ

ประตูบรันเดินบวร์ค เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

ประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate / ภาษาเยอรมันคือ Brandenburger Tor) เป็นประตูเมืองเก่าที่ปัจจุบันเป็นแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเบอร์ลิน และเป็นฉากหลังของประวัติศาสตร์สำคัญมากมายมานับร้อยปี ไม่ว่าจะเป็นในยุคสงคราม ยุคแบ่งแยกประเทศ จนถึงวันรวมชาติเยอรมนี จึงได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเอกภาพและสันติภาพ สร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่17 ตามพระราชโองการของพระเจ้าฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 2 แห่งปรัสเซีย (Friedrich Wilhelm II, Emperor of Prussia) ออกแบบโดย คาร์ล ก็อทท์ฮาร์ด แลงฮานส์ (Carl Gotthard Langhans) โดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมกรีกโรมันโบราณ (Neoclassical Architecture) ให้มีลักษณะคล้ายกับประตูเอเธนส์ (Athens) โดยประกอบด้วยเสาหินทราย ขนาดใหญ่ ฝั่งละ 6 ต้น รวม จำนวน 12 ต้น มีทางเข้าออก 5 ทาง ด้านบนของประตูประดับด้วยประติมากรรมควอดริกา (Quardriga) เป็นรูปปั้นของเทพีวิกตอเรีย (Victoria) เทพีแห่งชัยชนะของโรมัน ประทับอยู่บนราชรถเทียมม้าสี่ตัว ประตูแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงเบอร์ลิน

อ่านต่อ

เบอร์ลินวอลเมมโมเรียล เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เบอร์ลินวอลเมมโมเรียล (Berlin Wall Memorial หรือในภาษาเยอรมันคือ Gedenkstätte Berliner Mauer) เป็นอนุสรณ์สถานให้ระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งแบ่งแยกประเทศเยอรมนีด้วยกำแพงเบอร์ลิน อนุสรณ์สถานแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของประเทศ ริมถนน Bernauer Strasse (Bernauer Straße) มีความยาว 1.4 กิโลเมตร อนุสรณ์สถานแห่งนี้ประกอบด้วยส่วนของนิทรรศการกลางแจ้งจัดแสดงชิ้นส่วนที่หลงเหลืออยู่ของกำแพงเบอร์ลินพร้อมกับพื้นที่ที่อยู่ลึกไปด้านหลังกำแพงประมาณ 60 เมตรเพื่อถ่ายทอดให้เห็นภาพเรื่องราวในอดีตจนกระทั่งถึงยุคล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน นอกจากนี้ยังมีส่วนของศูนย์การเรียนรู้ที่จัดแสดงข้อมูลและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของกำแพงเบอร์ลินซึ่งช่วยให้ผู้ที่มาเที่ยวชมเข้าใจประวัติศาสตร์ของการแบ่งแยกเยอรมนีได้ง่ายขึ้น และยังมีหอสวด (The Chapel of Reconciliation) ที่สร้างขึ้นบริเวณเดียวกันกับโบสถ์ (Reconciliation Church) ที่ถูกรื้อถอนไปในสมัยก่อน อนุสรณ์สถานแห่งนี้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิกำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall Foundation)

อ่านต่อ

เบอร์ลินวอลอีสท์ไซด์แกลเลอรี่ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เบอร์ลินวอลอีสท์ไซอีสท์ไซด์แกลลอรี (Berlin Wall East Side Gallery) คือชิ้นส่วนกำแพงที่ยาวที่สุดของกำแพงเบอร์ลินที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในรูปแบบแกลเลอรี่กลางแจ้ง ตั้งอยู่บนถนนมูห์เลนสตราบ (Mühlenstraße / Mühlenstrasse) ใกล้กับสะพานโอเบอร์บวม (Oberbaum Bridge) แกลเลอรี่กลางแจ้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน ด้วยจำนวนศิลปิน 118 คนจาก 21 ประเทศ ได้ออกแบบผลงานศิลปะลงบนชิ้นส่วนกำแพงขนาดยาว 1.3 กิโลเมตรที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเขตพรมแดน ให้เป็นแกลเลอรี่กลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลก อนุสรณ์สถานในรูปแบบแกลเลอรี่กลางแจ้งแห่งนี้เป็นทั้งสัญลักษณ์แห่งความสุขในการสิ้นสุดการแบ่งแยกประเทศเยอรมนีและยังเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ให้หวนระลึกถึงความไร้มนุษยธรรมของระบอบการปกครองของเยอรมันตะวันออกในยุคนั้น ปัจจุบันนี้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเบอร์ลิน โดยเปิดตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และไม่เสียค่าเข้าชม

อ่านต่อ

มหาวิหารเบอร์ลิน เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

มหาวิหารเบอร์ลิน (Berlin Cathedral Church / ภาษาเยอรมันคือ Berliner Dom) เป็นโบสถ์นิกายโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเบอร์ลิน ที่นี่เป็นทั้งศาสนาสถานและแลนด์มาร์กของเมือง และยังเคยเป็นคริสตจักรประจำราชวงศ์โฮเอินท์ซ็อลเลิร์น (Hohenzollern dynasty) ราชวงศ์กษัตริย์แห่งปรัสเซียและเยอรมนี ในปัจจุบันที่นี่ยังคงฐานะโบสถ์หลวงและมหาวิหารซึ่งให้บริการคริสตศาสนิกชนนิกายโปรเตสแตนต์ในกรุงเบอร์ลินและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมความสวยงามของมหาวิหารที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงและประณีตสวยงามทั้งสถาปัตยกรรมด้านนอกและการตกแต่งภายในโบสถ์ด้วยกระจกโมเสกสีสันสดใส พร้อมทั้งภาพจิตรกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของศาสนาคริสต์ นอกจากนี้ยังมีส่วนห้องใต้ดินที่ใช้เป็นที่เก็บรักษาหีบพระศพของราชวงศ์โฮเอินท์ซ็อลเลิร์น และที่พลาดไม่ได้ก็คือการขึ้นไปยังด้านบนโดม (Cathedral dome) เพื่อชมวิวพาโนรามา 360 องศาอันน่าตื่นตาตื่นใจ มหาวิหารเบอร์ลินจึงจัดเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวเมืองเบอร์ลิน

อ่านต่อ

เบเบลพลัทซ์ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

จัตุรัสเบเบลพลัทซ์ (Bebelplatz) เป็นจตุรัสสาธารณะที่ล้อมรอบด้วยเหล่าอาคารที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงามและโดดเด่นอย่างเช่น โรงอุปรากรเบอร์ลิน (Berlin State Opera / Deutsche Staatsoper) โบสถ์เซนต์เฮดวิก (St. Hedwig’s Cathedral) นิกายโรมันคาทอลิก โรงแรมโฮเทลเดอโรม (Hotel de Rome) หอสมุดเก่าเบอร์ลิน (Alte Bibliothek) และพระราชวังเก่า (Altes Palais) ด้านหน้าจัตุรัสติดกับถนนอุนเทอร์ เดน ลินเดน (Unter den Linden) ถนนที่มุ่งหน้าสู่ประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate) นอกจากสถาปัตยกรรมอันสวยงามของอาคารที่ล้อมรอบ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เยอรมนีอีกด้วย

อ่านต่อ

จัตุรัสอเล็กซานเดอร์พลัทซ์ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

จตุรัสอเล็กซานเดอร์พลัทซ์ (Alexanderplatz) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกสั้นๆ ว่า อเล็กซ์ (Alex) เป็นจัตุรัสกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนี เป็นสถานที่ที่มีความคึกคักและพลุกพล่านแห่งหนึ่งของกรุงเบอร์ลิน มีจำนวนผู้คนสัญจรไปมากว่าสามแสนคนต่อวัน เพราะเป็นศูนย์กลางทางตะวันออกของกรุงเบอร์ลินและเป็นจุดเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะแห่งใหญ่ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถราง และรถประจำทาง ที่นี่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านค้า โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร และในละแวกนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ในระยะที่สามารถเดินท่องเที่ยวได้ อย่างเช่น หอกระจายภาพโทรทัศน์ (TV Tower) ที่ว่าการเมืองสีแดง (Rotes Rathaus) และมหาวิหารเบอร์ลิน (Berlin Cathedral) เป็นต้น จัดได้ว่าเป็นจุดนัดพบและจุดศูนย์กลางในการเริ่มต้นท่องเที่ยวเมืองเบอร์ลิน นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่จัดนิทรรศการขนาดใหญ่อยู่เสมอ และมี Christmas market ในช่วงปลายปีอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (Metropolitan Museum of Art) หรือ The Met เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ดีที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา จัดแสดงงานศิลปะกว่าสองล้านชิ้นที่มีอายุกว่า 5,000 ปีจากทั่วโลกทั้งที่มาจากยุโรป แอฟริกา และเอเชีย เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตอยู่บนพื้นที่กว่าสองล้านตารางฟุต ยาวประมาณ 1 ใน 4ไมล์ ด้วยความงามของอาคารศิลปะโกธิคแบบดั้งเดิม ด้านหน้าตึกและภายในโถงหลักเป็นศิลปะ Beaux-Arts สไตล์ฝรั่งเศส ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกเปรียบเป็นพระราชวังสาธารณะแห่งเมืองนิวยอร์ก

อ่านต่อ

สวนสนุกคอสโม่เวิล์ด จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น

สวนสนุกคอสโม่เวิล์ด (Yokohama Cosmo World) สถานที่ที่เป็นแหล่งรวมรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเมืองท่าโยโกฮาม่าในจังหวัดคานากาว่ามายาวนาน ภายในมีการแบ่งโซนเครื่องเล่นตามความเหมาะสมของอายุ และเป็นที่ตั้งของชิงช้าสววรค์คอสโม (Cosmo Clock 21) แลนด์มาร์กสำคัญที่มีความโดดเด่น สวยงาม ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ราเมง จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์ราเมง (Yokohama Ramen Museum) พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารขึ้นชื่อของญี่ปุ่นอย่าง ราเมง (Remen) เอาไว้แบบอัดแน่นทั้งเนื้อหาและความอร่อย เพราะภายในมีทั้งโซนที่จัดแสดงประวัติศาสตร์น่าสนใจของราเมง โซนที่มีการจำลองหมู่บ้านญี่ปุ่นในสมัยโบราณที่เป็นต้นตำรับของร้านราเมงสมัยอดีต พร้อมนำร้านราเมงเจ้าดังจากทั่วประเทศญี่ปุ่นหมุนเวียนมาเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เลือกกินกันตลอดทั้งปี

อ่านต่อ

สวนโฟล์กการ์เทน เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

สวนโฟล์กการ์เทน (Volksgarten) หรือ People's Garden เป็นสวนสาธารณะในเขต Innere Stadt แห่งแรกของกรุงเวียนนา โดยสวนนี้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังฮอฟบูร์ก มีการจัดตกแต่งสวนที่สวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อน เดินเล่น และถ่ายรูป

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์การ์ติเย่ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พิพิธภัณฑ์การ์ติเย่ (Museums Quartier; MQ) คือศูนย์กลางของคนรักงานศิลปะที่โด่งดังและเรียกว่าใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งคนในแวดวงศิลปะคงไม่มีใครไม่รู้จัก พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตรแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดการแสดงศิลปะและวัฒนธรรม ทั้งร่วมสมัยและคลาสสิกของออสเตรียและนานาชาติ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เอฟิซัส เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พิพิธภัณฑ์เอฟิซัส (Ephesos Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุซึ่งค้นพบจากเมืองเอฟิซัส (Ephesus) เมืองที่เคยรุ่งเรืองในสมัยกรีกโบราณซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก วัตถุที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีทั้งงานประติมากรรมปูนปั้น รูปสลักของเทพเจ้าต่างๆ ตามความเชื่อของกรีก ซากซุ้มประตูและเสาวิหาร ซึ่งเต็มไปด้วยความน่าสนใจเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าต่อประวัติศาสตร์โลก

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์อัลแบร์ทินา เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พิพิธภัณฑ์อัลแบร์ทินา (Albertina Museum) คือสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมผลงานศิลปะต้นฉบับของรูเบินส์ (Rubens), โมเนต์ (Monet), ปิกัสโซ (Picasso), เรมบรานดต์ (Rembrandt) และศิลปินระดับโลกอีกมากมายในพระราชวังที่พำนักซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ณ กรุงเวียนนา

อ่านต่อ

พระราชวังลุกซ็องบูร์ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส

พระราชวังลุกซ็องบูร์ (Palais du Luxembourg หรือ Luxembourg Palace) พระราชวังอันมีสไตล์คล้ายกับศิลปะในเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งเคยเป็นพระราชวังของสมเด็จพระราชินีมารี เดอ เมดิชิ แห่งพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งแห่งของเมืองปารีสที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจและได้ซึมซับความรู้ทางประวัติศาสตร์ไปในขณะเดียวกัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ออร์แซ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส

พิพิธภัณฑ์ออร์แซ (Musée d’Orsay หรือ Orsay Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นการจัดแสดงผลงานจำนวนมากจาก ค.ศ.1848 -1914 ในศตวรรษที่ 19 โดยเป็นช่วงที่งานศิลปะแนวอิมเพรสชั่นนิสม์เฟื่องฟูอย่างมาก ซึ่งเอกลักษณ์และความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือดัดแปลงมาจากสถานีรถไฟเก่า จึงมีห้องโถงยาวๆ สวยงามสำหรับจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ

อ่านต่อ

สวนยามาชิตะ จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น

สวนยามาชิตะ (Yamashita Park) สวนสาธารณะรูปทรงยาวที่ทอดขนานไปกับพื้นที่ของอ่าวโยโกฮาม่า (Yokohama Bay) นับเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมจากทุกคนในเมือง เพราะไม่เพียงเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวดูสบายตาเท่านั้น แต่ยังมีอนุสรณ์สถาน และสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกหลายแห่ง

อ่านต่อ

โยโกฮาม่า แลนด์มาร์ก ทาวเวอร์ จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น

โยโกฮาม่า แลนด์มาร์ก ทาวเวอร์ (Yokohama Landmark Tower) อาคารสูงใหญ่ที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญประจำอ่าวโยโกฮาม่าอันมีชื่อเสียงของจังหวัดคานากาว่า ตัวอาคารมีความสูงถึง 296 เมตร ภายในอาคารมีจุดชมวิวลอยฟ้าที่สามารถเห็นทัศนียภาพของเมืองได้แบบกว้างไกลสุดสายตา

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล (Cup Noodles Museum) พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวน่าสนใจต่างๆ เกี่ยวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอาไว้แบบครบวงจร ตั้งแต่จุดกำเนิดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กระบวนการผลิต คอลเลกชันบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหายาก มีเวิร์กชอปให้นักท่องเที่ยวได้ทำบะหมี่ของตัวเอง ที่สามารถปรุงแต่งรสชาติ และวัตถุดิบพร้อมออกแบบลวดลายของถ้วยบะหมี่ตามจินตนาการเราเองกลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะ (Fukuoka Art Museum) แหล่งเก็บรวบรวมงานศิลปะสำคัญทั้งของประเทศญี่ปุ่น และของต่างประเทศกว่า 16,000 ชิ้น ภายในมีการจัดแสดงผลงานทางศิลปะที่หลากหลาย ตามหัวข้อที่น่าสนใจ ทั้งภาพวาด งานประติมากรรม ภาพเขียน เครื่องเซรามิก ฯลฯ พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมทำกันตลอดทั้งวัน

อ่านต่อ

สวนสาธารณะแฮมิลตันพาร์ก มลรัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

สวนสาธารณะแฮมิลตันพาร์ก (Hamilton Park) สวนสาธารณะขนาดเล็กที่มีจุดเด่นดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมนั่นคือ Manhattan หรือ New York Skyline ในมุมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของนิวยอร์ก และชมทัศนียภาพแสนงามริมแม่น้ำฮัดสัน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถแวะชมอนุสาวรีย์ของบุคคลสำคัญของสหรัฐอเมริกา คือ อเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน (Alexander Hamilton) และชมอนุสรณ์สถานยุทธภูมิวีฮอว์เคนที่อยู่ใกล้เคียงได้อีกด้วย

อ่านต่อ

สวนสาธารณะวอชิงตันสแควร์ เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

สวนสาธารณะวอชิงตันสแควร์ (Washington Square Park) ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านกรีนวิช (Greenwich Village) บนถนน 5th Avenue ทิศตะวันตกของเกาะแมนฮัตตัน เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่รู้จักกันดีจากภาพซุ้มประตูที่จัตุรัส Washington Square และน้ำพุขนาดใหญ่ที่มักพบเห็นได้จากโปสการ์ดและในภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น When Harry Met Sally, I Am Legend ฯลฯ ตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก บริเวณลานมักมีการแสดงความสามารถ มีการเล่นดนตรีและคอนเสิร์ตอยู่เสมอ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสวนเป็นสถานที่เล่นหมากรุกและที่วิ่งเล่นสำหรับสุนัข

อ่านต่อ

สวนสาธารณะยูเนียนสแควร์ เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

สวนสาธารณะยูเนียนสแควร์ เป็นสวนสาธารณะเก่าแก่ที่มีอายุราว 170 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 201 Park Ave S เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา บริเวณแยกถนนสายหลักสองสายคือ ถนน Broadway และ 4th Avenue มาบรรจบกัน ที่นี่มีประวัติศาสตร์การชุมนุมทางการเมืองมานับไม่ถ้วน ปัจจุบันยังคงใช้เป็นที่จัดการแสดงสดและชุมนุมปราศรัยแสดงความคิดทางการเมืองอยู่เสมอ

อ่านต่อ

สวนสาธารณะไบรอันท์พาร์ก เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

สวนสาธารณะไบรอันท์พาร์ก (Bryant Park) สวนสาธารณะกลางเมืองนิวยอร์ก เสมือนเมืองล้อมป่าที่มีฉากหลังเป็นหอสมุดประชาชนนิวยอร์ก (New York Public Library) เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิจะมีการจัดสวนด้วยดอกแดฟโฟดิลอันเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็ง อดทน และการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ นอกจากนี้ภายในสวนยังมีกิจกรรมที่ปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล และจุดเด่นของสวนสาธารณะแห่งนี้คือม้าหมุนคลาสสิกสไตล์ฝรั่งเศส (Le Carrousel) ที่เป็นรูปสัตว์ถึง 14 ชนิดให้บริการ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 11 กันยายน เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 11 กันยายน (9/11 Memorial) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ชาวอเมริกันและประชาชนทั่วโลกจนยากจะลืมเลือนครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 11 กันยายน ตั้งอยู่เลขที่ 180 ถนน Greenwich เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถัดจากที่ตั้งเดิมของ World Trade Center มาทางแมนฮัตตัน

อ่านต่อ

สวนสาธารณะเมดิสันสแควร์ เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

เมดิสันสแควร์ (Madison Square Park) สวนสาธารณะขนาดเล็กฝั่งทิศตะวันออกของถนนเมดิสันเลขที่ 5 และถนนบรอดเวย์เลขที่ 23 กลางกรุงนิวยอร์ก แม้มีพื้นที่เพียง 6.2 เอเคอร์ แต่กลับเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่รายล้อมไปด้วยตึกสูงสวยงาม และมีชื่อเสียง

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เมลเบิร์น เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

พิพิธภัณฑ์เมลเบิร์น (Melbourne Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญของออสเตรเลียที่จัดแสดงเรื่องราวตั้งแต่ยุคของผู้มาถึงเป็นกลุ่มแรก ไปจนถึงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่หลากหลายได้อย่างน่าสนใจ และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในเมลเบิร์น

อ่านต่อ

ปราสาทเก่าฟุกุโอกะ และสวนสาธารณะมาอิซุรุ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

ปราสาทเก่าฟุกุโอกะ และสวนสาธารณะมาอิซุรุ (Fukuoka Castle Ruin and Maizuru Park) คือซากปราสาทที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของปราสาทฟุกุโอกะในช่วงศตวรรษที่ 17 ซากเหล่านี้ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะมาอิซุรุ (Maizuru Park) สวนขนาดเล็ก แต่มีความสวยงาม และเป็นจุดชมซากุระที่สวยงามอีกแห่งของเมืองฟุกุโอกะ

อ่านต่อ

สวนโอโฮริ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

สวนโอโฮริ (Ohori Park) สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฟุกุโอกะ ซึ่งมีสระน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางสวน และมีทางเดินรอบสระน้ำรวมเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร โดยตัวสวนได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากสวนสาธารณะของทะเลสาบเวสต์ในประเทศจีน และยังมีเกาะกลางสระน้ำอยู่ 3 เกาะ ที่เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินหิน และความที่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ทำให้มีการจัดแต่งสวนในสไตล์ที่แตกต่างกันไป ตามแต่ละโซน แต่ยังคงเต็มไปด้วยความร่มรื่น เขียวขจีของต้นไม้ และพื้นที่ให้นั่งพักผ่อนสบายๆ รวมถึงมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง จังหวัดโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan) คือแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติของมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สร้างขึ้นมาให้คล้ายกับสภาพแวดล้อมโดยธรรมชาติของมหาสมุทรแปซิฟิกมากที่สุด ในพื้นที่ขนาดใหญ่จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปเอเชีย ด้านในจะมีการจัดแสดงสิ่งมีชีวิตไว้ตามถิ่นที่อยู่ การจัดแสดงสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของพื้นที่ที่อยู่รอบมหาสมุทรแปซิฟิก และยังมีส่วนจัดแสดงธรรมชาติบนบกทั้งป่าไม้ พืชพันธุ์หายาก และสัตว์บกอื่นๆ รวมแล้วมีสัตว์จัดแสดงทั้งหมด 30,000 ชีวิต มากกว่า 620 สายพันธุ์ ทำให้นอกจากนักท่องเที่ยวปกติแล้ว ยังมีนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมแวะเวียนมาศึกษากันเป็นประจำ

อ่านต่อ

สวนเมริเคน จังหวัดเฮียวโงะ ประเทศญี่ปุ่น

สวนเมริเคน (Meriken Park) เป็นสวนสาธารณะประจำโกเบ เมืองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดเฮียวโงะ โดยสวนแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ตั้งอยู่ติดกับทะเลขนาดใหญ่ที่ภายในจะเต็มไปด้วยต้นไม้ และสถานที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจซึ่งจัดเตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยว และผู้คนในเมือง ทั้งยังเป็นที่ตั้งของแลนด์มาร์ดสำคัญต่างๆ มากมายภายในเมืองอีกด้วย ทำให้ที่นี่มีผู้คนสัญจรผ่านไปมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นที่มาเที่ยวสวนสาธารณะแห่งนี้โดยตรง หรือใช้เพื่อเดินต่อไปยังสถานที่อื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง

อ่านต่อ

สวนสาธารณะพราเตอร์เวียน เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

สวนสาธารณะพราเตอร์เวียน (Prater Wien) คือสวนสาธารณะซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนสนุกพราเตอร์ สวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรียที่มีเครื่องเล่นมากมายและเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกวัย โดยมีสัญลักษณ์คือชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล และยังเป็นชิงช้าสวรรค์ที่เปิดให้บริการยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

กรุงเวียนนาเป็นหนึ่งในเมืองประวัติศาสตร์ที่สวยที่สุดในยุโรป และนับเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของทวีป และภายใต้การปกครองของราชวงศ์ฮอฟบวร์กที่ปกครองประเทศออสเตรียเป็นเวลายาวนานกว่า 700 ปี เวียนนาจึงได้หลอมรวมเอาความคิดสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก และสิ่งต่างๆ ได้กลายมาเป็นมรดกอันยิ่งใหญ่ในพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายแห่ง รวมถึง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches Museum) และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Naturhistorisches Museum)

อ่านต่อ

พระราชวังฮอฟบวร์ก เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) เป็นพระราชวังที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1275 แต่เดิมคือพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์ฮอฟบวร์ก ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นยอดในบริเวณที่พำนักอันเก่าแก่ของราชวงศ์ที่ทรงอำนาจแห่งออสเตรีย

อ่านต่อ

พระราชวังเบลเวอเดียร์ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พระราชวังเบลเวอเดียร์ (Belvedere Palace) เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงและเก็บผลงานศิลปะที่ดีที่สุดของกรุงเวียนนา และเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

อ่านต่อ

พระราชวังเชินบรุนน์ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พระราชวังเชินบรุนน์ (Schonbrunn Palace) เป็นอาคารในสไตล์โรโคโคที่งดงามและใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรีย แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาชมมรดกโลกที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศแห่งนี้เป็นจำนวนหลายล้านคน

อ่านต่อ

พระราชวังอิสตานา เนการา เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

พระราชวังอิสตานา เนการา (Istana Negara Palace) เป็นพระราชวังแห่งชาติมาเลเซีย ที่ประทับของกษัตริย์ Yang di Pertuan Agong แม้จะไม่เปิดให้เข้าชมภายใน แต่ด้านหน้าของพระราชวังที่มีทัศนียภาพสวยงามบริเวณเนินเขา Bukit Petaling มองเห็นแม่น้ำ Klang ก็นับเป็นจุดถ่ายภาพที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซีย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติออสเตรเลีย เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติของออสเตรเลีย (Australian National Maritime Museum) ตั้งอยู่บริเวณดาร์ลิ่งฮาร์เบอร์ (Darling Harbour) ใจกลางเมืองซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ พิพิธภัณฑ์มีลักษณะเป็นอาคารขนาดใหญ่ 2 ชั้นสีขาว สถาปนิกผู้ออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ ฟิลิป ค็อกซ์ (Philip Cox) แม้ว่าเดิมทีนั้นมีกำหนดวันเปิดตัวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในปี ค.ศ.1988 แต่ด้วยความล่าช้าในการก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ บวกกับความขัดแย้งระหว่างรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐบาลกลางเกี่ยวกับความรับผิดชอบด้านงบประมาณ ส่งผลให้พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติของออสเตรเลียสร้างแล้วเสร็จและเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1991 พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติของออสเตรเลียเป็นเป็นหนึ่งในหกพิพิธภัณฑ์ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลกลาง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางระดับประเทศสำหรับการเก็บรักษา จัดแสดง การวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับโบราณคดีการเดินเรือของออสเตรเลีย ภายในพิพิธภัณฑ์มีหอประภาคารจำลองตั้งโดดเด่นกลางห้อง ตามผนังมีป้ายคำบรรยายเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ มีการจัดแสดงนิทรรศการถาวรหลากหลายน่าประทับใจ รวมถึงโปรแกรมนิทรรศการและกิจกรรมหมุนเวียน เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์การเดินเรือของออสเตรเลียที่เชื่อมเรื่องราว วัตถุ ผู้คน และสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งประเทศออสเตรเลียเข้าด้วยกันได้อย่างน่าสนใจ

อ่านต่อ

สวนสาธารณะเคนซิงตัน กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร(อังกฤษ)

สวนสาธารณะเคนซิงตัน (Kensington Gardens) เป็นหนึ่งในแปด London Royal Parks มีพื้นที่ 265 เอเคอร์ ตั้งอยู่หลังพระราชวังเคนซิงตันซึ่งปัจจุบันเป็นที่ประทับของเจ้าชายวิลเลี่ยม เจ้าหญิงเคท และพระโอรส พระธิดาองค์น้อย นอกจากความสวยงามร่มรื่นของต้นไม้ดอกไม้แล้ว ภายในสวนยังมีประติมากรรมที่โดดเด่นและอนุสรณ์สถานที่มีชื่อเสียง เช่น ประติมากรรมรูปหล่อทองสัมฤทธิ์ ปีเตอร์ แพน ตัวละครสุดคลาสสิคจากวรรณกรรมเด็กที่โด่งดัง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของทะเลสาป the Long Water ในสวนเคนซิงตัน รูปปั้นชายหนุ่มร่างกำยำบนหลังม้าสี่ดำที่รู้จักกันดีในนาม “Physical Energy” งานประติมากรรมแกะสลักจากไม้โอ๊กต้นใหญ่ชื่อ “The Elfin Oak” ซึ่งแกะเป็นรูปภูต เทวดา เอลฟ์ และสัตว์ตัวน้อยอยู่บนต้นโอ๊กยักษ์ “The Arch” ประติมากรรมหินอ่อน สูงเด่นถึง 6 เมตรที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทางทิศเหนือ the Long Water โดยมันถูกสร้างจากหินอ่อนนำเข้าจากประเทศอิตาลีถึงเจ็ดก้อน มีน้ำหนักรวมถึง 37 ตัน

อ่านต่อ

พระราชวังบักกิงแฮม กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร(อังกฤษ)

พระราชวังบักกิงแฮมหรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “บักเฮาส์” เดิมเป็นที่ประทับของดแห่งยุคบักกิ้งแฮม สร้างสำหรับจอห์น เชฟฟิลด์ในปี ค.ศ. 1703 ต่อมาในปี ค.ศ. 1761 พระเจ้าจอร์จที่ 3 ได้ทรงขอซื้อต่อ เพื่อเป็นพระราชฐานส่วนพระองค์ ที่รู้จักกันในชื่อ “วังพระราชินี” (The Queen's House) และในสมัยพระเจ้าจอร์จที่ 4 ก็ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและบูรณะให้มีความสวยงามโดดเด่นด้วยศิลปะสมัยวิคตอเรียดังเช่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ & บิ๊กเบน กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร(อังกฤษ)

พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ หรือ ตึกรัฐสภาเวสต์มินสเตอร์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1016 มีห้องทั้งหมดด้วยกันประมาณ 1,100 ห้อง ตัวสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 19 แต่ก็ยังมีส่วนก่อสร้างเดิมเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยรวมทั้งท้องพระโรงที่ในปัจจุบันใช้ในงานสำคัญ เช่นการตั้งศพของบุคคลสำคัญก่อนที่จะนำไปฝังและหออัญมณี (Jewel Tower) ในส่วนของหอนาฬิกาบิ๊กเบน (Bigben) เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในลอนดอนที่มีชื่อเสียงก้องโลกและเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศอังกฤษ โดยแต่เดิมนั้นคำว่าบิ๊กเบนเป็นชื่อของระฆังในหอนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุด ระฆังนี้เรียกอีกอย่างว่ามหาระฆังหรือเดอะเกรทเบลล์ มีน้ำหนัก 13 ตัน (13,760 กิโลกรัม)

อ่านต่อ

พระราชวังคัสตอม เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์

พระราชวังคัสตอม (Custom Palace) หรือ เดอะ คัสตอม เฮาส์ (The Custom House) เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค (neoclassical) แห่งศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการของรัฐด้านสิ่งแวดล้อม พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์

อ่านต่อ

สวนนกจูร่ง ประเทศสิงคโปร์

สวนนกจูร่ง เป็นสวนสัตว์ในแบบสวนนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ทั้งหมด 126 ไร่ พื้นที่ภายในประกอบด้วยสวนนกขนาดใหญ่ 4 กรง มีนกมากกว่า 5,000 ตัวจาก 400 สายพันธุ์จากภูมิภาคต่างๆเช่นเอเชียอาคเนย์ แอฟริกา ออสเตรเลีย และอเมริกาใต้ จุดเด่นของสวนคือสวนนกแก้วลอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดที่สวนนกลอรี่โลฟ และมีศูนย์เก็บรักษาผีเสื้อสกุลเฮลิโคเนียแห่งแรกของเอเชีย ตั้งอยู่ในเขตในเขตจูร่ง ประเทศสิงคโปร์

อ่านต่อ

สวนกันดอวจี เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า

สวนกันดอวจี เป็นสวนพฤกศาสตร์ขนาดใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยพรรณไม้ท้องถิ่น 514 สายพันธุ์ และพรรณไม้ต่างชาติอีก 74 สายพันธุ์ นอกจากนี้พื้นที่ภายในสวนยังมีพิพิธภัณฑ์อยู่อีกสามแห่งคือพิพิธภัณฑ์ฟอสซิล พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน และพิพิธภัณฑ์ผีเสื้อ ตั้งอยู่ในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า

อ่านต่อ

พระราชวังมัณฑะเลย์ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า

พระราชวังมัณฑะเลย์ เป็นพระราชวังสุดท้ายแห่งระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของพม่า ก่อนที่จะถูกทำลายโดยทหารอังกฤษ ในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง โดยตัวพระราชวังที่เห็นในปัจจุบันเกิดจากการบูรณะขึ้นมาใหม่ จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองมัณฑะเลย์ ตั้งอยู่ในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า

อ่านต่อ

สวนอวี้หยวน เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

สวนอี้หยวนเป็นสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงามตามสไตล์ความเป็นจีน มีต้นไม้และดอกไม้นานาชนิดที่จัดเรียงไว้อย่างสวยงามและเป็นระเบียบ มีศาลาที่ตั้งอยู่ใจกลางน้ำ ร้านขายของต่างๆ มีมุมสวยๆให้ได้ถ่ายรูปมากมายหลายที่ ทั้งยังได้สัมผัสวัฒนธรรมความเป็นเมืองจีนที่แท้จริง ภายในสวนยังมีร้านค้าและร้านอาหารมากมายที่สามารถชิมอาหารจีนหลากหลายเมนูและช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ ได้พร้อมกัน ตั้งอยู่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานศิลปะและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ จากยุคจีนโบราณ เพื่อบอกเล่าความเป็นมาและสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมจีนในอดีต ตัวอาคารภายนอกออกแบบเป็นโดมทรงกลมและมีฐานเป็นทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นสัญลักษณ์ของสวรรค์และพื้นโลกตามหลักแนวคิดโบราณ ตั้งอยู่ส่วนกลางของจัตุรัสประชาชน เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

อ่านต่อ

พระราชวังเว้ จังหวัดเถื่อเทียน เว้ ประเทศเวียดนาม

พระราชวังเว้ (Imperial Citadel Hue) พระราชวังของเวียดนามที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระราชวังต้องห้าม ที่ปักกิ่ง ทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรม สี สัญลักษณ์ และตัวอักษร

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และการปฏิวัติของเว้ จังหวัดเถื่อเทียน เว้ ประเทศเวียดนาม

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และการปฏิวัติของเว้ (Hue Museum of Royal Antiquities) สถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยราชวงศ์เหงียน โดยเป็นสถาปัตยกรรมแบบวังที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเว้ ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามและประณีต

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง เมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง (Tuol Sleng Genocide Museum) ตั้งอยู่ในเมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สำคัญที่บอกเล่าถึงอดีตอันเจ็บปวดของประเทศกัมพูชาที่นักท่องเที่ยวควรหาเวลามาเยี่ยมชมสักครั้ง ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง หรือที่มักเรียกย่อๆว่าตวลสเลง ถูกแปรสภาพจากโรงเรียนให้กลายเป็นคุกเพื่อสอบสวน ทรมาน และสังหารนักโทษที่ถูกกล่าวหาโดยรัฐบาลเขมรแดง เชื่อกันว่าเวลาไม่กี่ปีในช่วง 1975 – 1979 มีผู้ที่เสียชีวิตในสถานที่แห่งนี้ไม่ต่ำกว่าหมื่นคน แม้ทุกวันนี้ตวลสเลงจะไม่ได้เป็นคุกอีกแล้ว แต่เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นั้น รัฐบาลกัมพูชาในปัจจุบันจึงได้เปลี่ยนตวลเสลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความโหดร้ายที่เกิดขึ้นไว้เป็นบทเรียนแก่คนรุ่นหลังต่อไป

อ่านต่อ

พระราชวังหลวงแห่งพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

พระราชวังหลวงแห่งพนมเปญ (Royal Palace) หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล เป็นกลุ่มอาคารพระราชมณเฑียรแห่งกัมพูชา ซึ่งเป็นทั้งวังที่ประทับของพระมหากษัตริย์, สถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญรวมถึงใช้ต้อนรับแขกจากต่างประเทศ โดยชื่อของพระราชวังหลวงนี้มีที่มาจากสถานที่ตั้งที่อยู่ใกล้กับลำน้ำที่มารวมตัวกันก่อนไหลลงสู่โตนเลสาบที่เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 4 สาย ทำให้นอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับมาชื่นชมความสวยงามของพระตำหนักต่างๆด้านในแล้ว นักท่องเที่ยวยังนิยมแวะเดินชมบรรยากาศอันร่มรื่นที่อยู่ใกล้ๆกับพระราชวังหลวงอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์คาซามะนิลา กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

Casa Manila Museum เป็นคฤหาสน์สมัยอาณานิคมสเปนที่อยู่ในย่านเมืองโบราณอินทรามูรอส สร้างด้วยหินภูเขาไฟและต่อเติมชั้นบนด้วยโครงสร้างไม้กลางคริสต์ศตวรรษที่19 ภายในตกแต่งด้วยเครื่องเรือน ของประดับบ้าน และงานศิลปะสมัยโบราณ ตัวอาคารสะท้อนให้เห็นถึงความมั่งคั่งของตระกูลต่างๆ ที่อาศัยอยู่ภายใต้การปกครองของสเปน อธิบายถึงวิถีชีวิตของชาวอาณานิคมในยุคล่าอาณานิคมของสเปนในฟิลิปปินส์

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านกวางโจว (พิพิธภัณฑ์บ้านตระกูลเฉิน) เมืองกวางโจว ประเทศจีน

พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านกวางโจว หรือพิพิธภัณฑ์บ้านตระกูลเฉิน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสภาพบ้านเรือนและข้าวของเครื่องใช้ของชาวกวางโจวในอดีต ซึ่งมีทั้งเครื่องเรือนไม้โบราณ ฉากไม้ งานปั้นและงานกระเบื้องเคลือบสไตล์จีน งานเย็บปักถักร้อย รวมไปถึงวัตถุหายากต่างๆที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ตั้งอยู่ในเมืองกวางโจว ประเทศจีน

อ่านต่อ

พระบรมมหาราชวัง (พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ) หลวงพระบาง ประเทศลาว

พระราชวังหลวง ปัจจุบันถูกปรับให้เป็นหอพิพิธภัณฑ์หลวง โดยใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงโบราณวัตถุและของมีค่า เช่น บัลลังก์ ธรรมาสน์ เครื่องสูงและราชูปโภคของเจ้าชีวิต พระพุทธรูป และวัตถุโบราณ รวมถึงของขวัญจากประเทศต่างๆ หอพิพิธภัณฑ์พระราชวังหรือหอคำ เดิมคือพระราชวังของเจ้ามหาชีวิตสายหลวงพระบาง จึงเรียกอีกชื่อว่า วังเจ้ามหาชีวิต สร้างเมื่อ พ.ศ. 2447 ในสมัยเจ้ามหาชีวิตสว่างวงศ์ สืบทอดต่อมาถึงสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายของลาว

อ่านต่อ

พระราชวังฤดูร้อนแห่งนครปักกิ่ง ประเทศจีน

พระราชวังฤดูร้อน หรือ อี๋เหอหยวน (颐和园 / Yiheyuan / Summer Palace) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด สำหรับนักท่องเที่ยวที่เยือนเมืองปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน

อ่านต่อ

พระราชวังต้องห้ามแห่งเมืองปักกิ่ง ประเทศจีน

พระราชวังต้องห้ามแห่งเมืองปักกิ่ง (故宫 / Gugong / Forbidden City / Imperial Palaces of the Ming and Qing Dynasties) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ พระราชวังกู้กง เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดของเมืองปักกิ่ง ประเทศจีน

อ่านต่อ

สวนสัตว์สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์

สวนสัตว์สิงคโปร์ เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 162 ไร่ ประกอบไปด้วยสัตว์จำนวน 2,800 ตัว ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ปีก และสัตว์หายากต่างๆ รวมกว่า 300 ชนิด ด้วยพื้นที่อันกว้างขวางและการจัดแสดงสัตว์ชนิดต่างๆอย่างลงตัว ทำให้สวนสัตว์แห่งนี้ได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในสวนสัตว์ที่สวยงามมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บริเวณตอนบนของประเทศสิงคโปร์

อ่านต่อ

พระราชวังเฮโจ จังหวัดนารา ประเทศญี่ปุ่น

พระราชวังเฮโจ เป็นพื้นที่พระราชวังเดิมในสมัยที่นาราเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น (ระหว่างค.ศ. 710-794) ครอบคลุมพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ในปัจจุบันประกอบไปด้วยอาคารหลักที่ได้รับการบูรณะ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ปราสาทนารา พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เฮโจเคียว และศูนย์จัดแสดงนิทรรศการ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ของเมืองนารา ที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมภายใต้ชื่อ “อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์นาราโบราณ” ตั้งอยู่ที่เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น

อ่านต่อ

สวนสาธารณะนารา จังหวัดนารา ประเทศญี่ปุ่น

สวนสาธารณะนารา เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ภายในสวนประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญทั้งวัดโทไดจิ วัดโคฟุคุจิ ศาลเจ้าคาสุงะ ไทฉะ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดนารา นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถพบเจอกับฝูงกวางที่ใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งกลายมาเป็นสัญลักษณ์และจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนาราในปัจจุบัน

อ่านต่อ

สวนสัตว์ไวลด์ไลฟ์ซิดนีย์ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

สวนสัตว์ไวลด์ไลฟ์ ซิดนีย์ (Wild Life Sydney Zoo) สวนสัตว์ขนาดย่อมใจกลางกรุงที่แม้นักท่องเที่ยวมีเวลาไม่มากแต่ก็สามารถเข้าไปสัมผัสและเรียนรู้ความเป็นออสเตรเลียผ่านสัตว์พื้นเมืองนานาชนิดและระบบนิเวศน์จำลองที่ยกมาไว้กลางมหานครซิดนีย์ได้อย่างเกือบจะครบถ้วนและครอบคลุมภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

อ่านต่อ

สวนสัตว์ทารองก้า เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

สวนสัตว์ทารองก้า (Taronga Zoo) เป็นสวนสัตว์อีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงระดับโลก เพราะนอกจากจะเป็นบ้านของสัตว์พื้นเมืองของออสเตรเลียและสัตว์จากส่วนอื่นๆ ของโลกมากกว่า 2,500 ตัวจากกว่า 340 สายพันธุ์แล้ว สวนสัตว์แห่งนี้ยังมีทัศนียภาพที่งดงามริมอ่าวซิดนีย์บนพื้นที่กว่า 185 เอเคอร์ ที่ทั้งเด็กๆ และผู้ใหญ่ต่างก็จะต้องตื่นตาตื่นใจเมื่อได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมเยือน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

มาดามทุสโซ (Madame Tussauds) คือพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยชื่อเสียงที่มีมายาวนานกว่า 250 ปี และเป็นที่ยอมรับจากสากล โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้นที่จะได้รับเลือกให้เป็นแบบปั้นหุ่น ขี้ผึ้งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ความเหมือน ความสมจริง และความประณีตของหุ่นปั้นของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซคือแรงดึงดูดให้ผู้คนทุกยุคทุกสมัยอยากเข้าไปสัมผัสและชื่นชมอยู่ไม่ขาด

อ่านต่อ

สวนเคอเคนฮอฟ เมืองลิสเซ่ ประเทศเนเธอร์แลนด์

เคอเคนฮอฟ (Keukenhof) หรือที่ รู้จักกันในนาม “สวนดอกไม้แห่งยุโรป”(The Garden of Europe) เป็นหนึ่งในสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ชานเมืองลิซเซ่ (Lisse) แคว้นเซ้าท์ฮอลแลนด์ (South Holland) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands) สวนดอกไม้บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่แห่งนี้ดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลมายลความงามของดอกทิวลิปที่นี่ไม่ต่ำกว่าปีละ 5 ล้านคน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หรือ Musee Du Lurve ในภาษาฝรั่งเศส เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งรวบรวมผลงานศิลปะสำคัญแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ที่เมืองปารีส แคว้นอิล-เดอ-ฟรองซประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เก็บรวบรวมผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าไว้มากกว่า 35,000 ชิ้น

อ่านต่อ

พระราชวังแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส

พระราชวังแวร์ซาย หรือที่เรียกกันว่า Château de Versailles ในภาษาฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซาย แคว้นอิล-เดอ-ฟรองซ์ ประเทศฝรั่งเศสพระราชวังแวร์ซายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศฝรั่งเศส มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากถึงปีละ 15 ล้านคน โดยพระราชวังแวร์ซายในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงพระราชวังที่เคยเป็นที่ประทับของราชวงศ์ฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญในฐานะเสมือนพิพิธภัณฑ์แห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ที่โด่งดังแห่งประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย ด้วยเหตุนี้เอง ยูเนสโกจึงมีประกาศให้พระราชวังแวร์ซายมีฐานะเป็นมรดกโลก นับตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมา

อ่านต่อ

พระราชวังหลวงโตเกียว กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

พระราชวังหลวงโตเกียว เป็นที่ประทับหลักของจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นในปัจจุบัน ตั้งอยู่ในแขวงชิโยะดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ของพระราชวังหลวงโตเกียวมีทั้งหมด 3.41 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟโตเกียว บริเวณโดยรอบพระราชวังมีลักษณะคล้ายกับสวนสาธารณะ ล้อมรอบด้วยคูน้ำขนาดใหญ่

อ่านต่อ

สวนสาธารณะอูเอโนะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

สวนสาธารณะอูเอโนะ (Ueno Park) เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเขตไทโตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ภายในสวนเต็มไปด้วยต้นไม้หลากหลายพันธุ์ ที่ให้บรรยากาศสงบร่มรื่นแก่ผู้มาเที่ยวชม

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ