• อ่าน(865)
  • By

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (Saint Peter’s Basilica) ศาสนสถานที่มีสถาปัตยกรรมอันงดงาม และมีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี มหาวิหารแห่งนี้คือสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่ประจำนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ใครๆ ก็ไม่อาจพลาดเมื่อมาเที่ยววาติกัน

อ่านต่อ

ปราสาทซันตันเจโล นครรัฐวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ปราสาทซันตันเจโล (Castel Sant'Angelo) หรือ หรือสุสานของเฮเดรียน ที่ปัจจุบันคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อาคารทรงกระบอกโดดเด่นริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ นครรัฐวาติกัน ที่ในอดีตเคยเป็นทั้งสุสานของกษัตริย์ ปราสาท ป้อมปราการทางทหาร และยังเคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในกรุงโรม

อ่านต่อ

จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (St Peter’s Square) หรือ ปิอัซซา ลานวงกลมขนาดใหญ่ซึ่งมีสถาปัตยกรรมอันงดงามและโดดเด่นในรูปแบบโรมัน เป็นจัตุรัสกว้างขวางที่อยู่บริเวณด้านหน้าสถานที่สำคัญซึ่งเป็นศาสนสถานสูงสุดของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สถานที่ซึ่งเป็นที่ฝังศพนักบุญเปรโต สมเด็จพระสันตะปาปาองค์แรกแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก และเปรียบดังหัวใจสำคัญของกรุงโรมนั่นก็คือมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์นั่งเอง

อ่านต่อ

มหาวิหารซานมาร์โค และ พิพิธภัณฑ์ซานมาร์โค เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

มหาวิหารซานมาร์โค หรือ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (Basilica di San Marco / St. Mark's Basilica) ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของจัตุรัสเปียซซาซานมาร์โค หรือ จตุรัสเซนต์มาร์ค (Piazza San Marco / St. Mark's Square) มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารประจำเมืองเวนิส ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานร่างของนักบุญซานมาร์โค หรือ นักบุญมาร์ค อัครสาวกของพระเยซูคริสต์ ที่นี่จึงเป็นมหาวิหารเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี เป็นศูนย์รวมใจของคริสตศาสนิกชน และเป็นแลนด์มาร์กที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานที่สวยงามล้ำค่า โดดเด่นด้วยรูปปั้นนักบุญมาร์คที่ด้านบนจั่วและสัญลักษณ์สิงโตทองมีปีก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเวนิส นอกจากนี้ยังมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ซานมาร์โค หรือ พิพิธภัณฑ์เซนต์มาร์ค (Museo di San Marco / St. Mark’s Museum) ที่เก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุ และศิลปะเชิงประวัติศาสตร์มากมายที่หาดูได้ยาก ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิสที่คุ้มค่าต่อการมาเที่ยวชม

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเป็กกี้ กุกเกนไฮม์ คอลเลคชั่น เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเป็กกี้ กุกเกนไฮม์ คอลเลคชั่น (Peggy Guggenheim Collection) ตั้งตามชื่อของเป็กกี้ กุกเกนไฮม์ (Peggy Guggenheim) บุคคลสำคัญผู้มีใจรักและให้การสนับสนุนในด้านผลงานศิลปะร่วมสมัยที่มีชีวิตอยู่ในช่วงค.ศ.1898 – ค.ศ.1979 พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ตั้งอยู่ริมคลองแกรนด์คาแนลใกล้กับสะพานแอคคาเดเมีย (Ponte dell'Accademia) อาคารพิพิธภัณฑ์แต่เดิมคือพระราชวังเก่าปาลัซโซ่เวนิเยร์เดอีลีโอนี (Palazzo Venier dei Leoni) ที่เป็กกี้ได้ซื้อไว้ในปี ค.ศ. 1949 และปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายนอกและการตกแต่งภายในเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเปิดเป็นศูนย์จัดแสดงผลงานศิลปะชิ้นเอกต่างๆ ทั้งภาพเขียนและผลงานประติมากรรมมากมายที่ได้สะสมเอาไว้ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีความสำคัญที่สุดของยุโรปอีกแห่งหนึ่งในยุคศตวรรษที่ 20 ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิสที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้หลงใหลในผลงานศิลปะ

อ่านต่อ

10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในกรุงโรม ประเทศอิตาลี

กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงของประเทศอิตาลีปัจจุบัน เป็นเมืองที่รุ่มรวยไปด้วยประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์ และซากปรักหักพังอันน่าทึ่งที่เป็นอารยะธรรมจากยุคโรมันโบราณ จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองซึ่งมีอดีตอันยิ่งใหญ่และเกรียงไกรในยุคจักรวรรดิโรมันแห่งนี้จะเป็นเมืองในฝันสำหรับนักท่องเที่ยวหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่อยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต

อ่านต่อ

อนุสรณ์สถานแห่งชาติกษัตริย์วิกเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 กรุงโรม ประเทศอิตาลี

อนุสรณ์สถานแห่งชาติวิกเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่ 2 (Victor Emmanuel II National Museum) หรือ อิล วิตโตริอาโน (Il Vittoriano) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของกรุงโรมที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่แก่กษัตริย์องค์แรกของประเทศอิตาลี โดยด้านบนสุดของอาคารอนุสรณ์สถานนั้นมีโดมแก้วอยู่ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของกรุงโรมได้โดยรอบ

อ่านต่อ

วิหารแพนธิออน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

วิหารแพนธิออน (Pantheon) ได้ชื่อว่าเป็นวิหารรูปทรงจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโรม ประเทศอิตาลี มีอายุมากกว่า 2,000 ปี จากลักษณะทางสถาปัตยกรรมก็สามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญจากสมัยโรมันโบราณและแสดงถึงความยิ่งใหญ่และความสามารถของช่างสถาปัตยกรรมในสมัยโบราณได้อย่างดีเยี่ยม

อ่านต่อ

โรมันฟอรั่ม กรุงโรม ประเทศอิตาลี

โรมันฟอรั่ม (Roman Forum) คือซากปรักหักพังที่บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันในอดีต อาณาจักรที่มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 6.5 ล้านตารางกิโลเมตร มีศูนย์กลางคือซากปรักหักพังแห่งนี้ ซึ่งแวดล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญมากมาย ทั้งยังเป็นจุดนัดพบที่สำคัญของคนในยุคนั้นอีกด้วย

อ่านต่อ

โบสถ์ซานตา มาเรีย เดลเล กราเซีย กรุงโรม ประเทศอิตาลี

โบสถ์โบสถ์ซานตา มาเรีย เดลเล กราเซีย (Santa Maria delle Grazie) เป็นโบสถ์เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในเขต Trionfale บริเวณPiazza Santa Maria delle Grazie ของกรุงโรม ที่แม้จะไม่ใช้สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ แต่หากมีเวลาก็นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจและควรแก่การแวะไปเยี่ยมชม

อ่านต่อ

บันไดสเปน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

บันไดสเปน (Spanish Steps) หรือบันไดสเปนเป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ด้วยขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ได้รับการตกแต่งสวยงามและล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมแกะสลักอันงดงามตามแบบฉบับโรมัน รวมทั้งสถานที่จัดงานอีเวนต์สำคัญหลายอย่างรวมถึงงานแสดงแฟชั่น

อ่านต่อ

น้ำพุเทรวี่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

น้ำพุ เทรวี่ (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุที่จัดได้ว่าสวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งนอกจากความงดงามแล้ว น้ำพุแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องการโยนเหรียญอธิษฐานที่ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์และเป็นกิจกรรมที่เป็นเสน่ห์สำหรับการมาเที่ยวชมน้ำพุแห่งนี้

อ่านต่อ

จัตุรัสนาโวนา กรุงโรม ประเทศอิตาลี

จัตุรัส นาโวน่า (Piazza Navona) เป็นจัตุรัสที่เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมแบบบาร็อก (Baroque) ที่เรียกได้ว่ามีความยอดเยี่ยมที่สุดของกรุงโรม ประเทศอิตาลี

อ่านต่อ

โคลอสเซียม กรุงโรม ประเทศอิตาลี

โคลอสเซียม (Colosseum) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทีมีชื่อเสียงที่สุดของกรุงโรม ประเทศอิตาลี ที่เมื่อเอ่ยชื่อคงมีน้อยคนที่จะไม่คุ้นหู สนามกีฬากลางแจ้งโบราณขนาดมหึมาแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม ที่นอกจากจะเคยเป็นสนามประลองอันทรงเกียรติของบรรดาเหล่านักสู้ในสมัยโบราณแล้วยังได้รับการคัดเลือกจากองค์กร New 7 Wonders ให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติฟินแลนด์ เมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติฟินแลนด์ (The National Museum of Finland) เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะสามารถหาชมโบราณวัตถุน่าทึ่งและศึกษาประวัติศาสตร์ฟินแลนด์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์แห่งเมืองโคเปนเฮเกน เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

พิพิธภัณฑ์แห่งเมืองโคเปนเฮเกน (Museum of Copenhagen) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ครอบคลุมประวัติศาสตร์ยุคต่างๆ ของเดนมาร์ก และเป็นสถานที่ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้รู้จักความเป็นมาของโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์กก็ถูกยกให้เป็น “หนึ่งในเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก”ภายในระยะเวลาที่ไม่นาน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเดนมาร์ก เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเดนมาร์ก (National Museum of Denmark) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์เกี่ยวความเป็นมาของเดนมาร์ก ประเทศซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก จากผลสำรวจของสหประชาชาติ (World Happiness Report) ถึง 3 ปีซ้อน รวมถึงได้ทำความรู้จักกับศิลปวัฒนธรรมที่น่าสนใจของชาวเดนมาร์กจากอดีตถึงปัจจุบัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งชาติเดนมาร์ก เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งชาติเดนมาร์ก (National Aquarium Denmark) หรือ เดน โบละ แพลเน็ต (Den Blå Planet) เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปตอนเหนือ และเป็นแหล่งรวบรวมสิ่งมีชีวิตทางทะเลมากกว่า 1,000 ชนิดจากทั่วทุกมุมโลก

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ นี คาลส์เบิร์ก กริปโตเทค เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

พิพิธภัณฑ์นี คาลส์เบิร์ก กริปโตเทค (Ny Carlsberg Glyptotek) พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่ในอดีตเคยเป็นป้อมเก่าของเมืองแห่งนี้ คือสถานที่เก็บรวบรวมคอลเล็คชั่นผลงานศิลปะโบราณที่สวยงาม ทรงคุณค่า และได้รับการยกย่องว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรูปปั้นโบราณไว้ครอบคลุมที่สุดในทวีปยุโรปเหนือ ซึ่งจุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือรูปปั้นจำนวนมาก และผลงานบางชิ้นนั้นมีอายุมากถึง 8,000 ปี

อ่านต่อ

จัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค และ หอระฆังซานมาร์โค เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

จัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค หรือ จตุรัสเซนต์มาร์ค (Piazza San Marco / St. Mark’s Square) เป็นจัตุรัสที่เป็นศูนย์กลางของเมืองเวนิส บริเวณจัตุรัสล้อมรอบด้วยแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง อย่างเช่น มหาวิหาร หอนาฬิกา พระราชวัง พิพิธภัณฑ์ ศูนย์นิทรรศการ และหอสมุด และมีด้านที่ติดกับชายฝั่งทะเล ซึ่งจักรพรรดินโปเลียน (Napoleon) อดีตจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งฝรั่งเศสเคยกล่าวไว้ว่าที่นี่เป็นดั่งห้องรับรองที่สวยที่สุดในโลก นอกจากนี้ บริเวณจัตุรัสยังโดดเด่นด้วยหอระฆังซานมาร์โค หรือ หอระฆังเซนต์มาร์ค (San Marco Campanile / St. Mark’s Campanile) ความสูง 99 เมตรซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพอันน่าประทับใจของเมืองเวนิสและชายฝั่งทะเลได้จากด้านบน ด้วยเหตุนี้ จัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โคและหอระฆังซานมาร์โค จึงได้รับนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่โดยรอบ และยังมีทัศนยีภาพอันสวยงามของเมืองริมฝั่งทะเลให้เที่ยวชม

อ่านต่อ

เกาะมูราโน่ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เกาะมูราโน่ (Murano) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเวนิส โดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนหลากสีเรียงราย และโบราณสถานซึ่งสร้างด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่อย่างเช่น โบสถ์ หอนาฬิกา และพระราชวังเก่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตเครื่องแก้วที่มีความวิจิตรบรรจงและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่นี่จึงเป็นแหล่งของช่างฝีมือเครื่องแก้วที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นศิลปาชีพท้องถิ่นที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านบนเกาะ รวมถึงยังเป็นอีกหนึ่งจุดขายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยการจัดทัวร์ชมการผลิตเครื่องแก้วในโรงงานอย่างใกล้ชิด ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเวนิสที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ชมกระบวนการผลิตเครื่องแก้ว และยังได้เที่ยวชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่บนเกาะที่มีประวัติศาสตร์หลายร้อยปีอีกด้วย

อ่านต่อ

10 มุมสวยถ่ายภาพเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เมืองเวนิส (Venice) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสายน้ำและความโรแมนติก เพราะเป็นเมืองที่มีทัศนียภาพอันสวยงามของท้องทะเล และมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมายให้เที่ยวชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยทาง Palanla.com ได้คัดสรรมุมสวยถ่ายภาพเมืองเวนิสรวมถึงแลนด์มาร์กต่างๆ มาฝากผู้ที่รักการเดินทางท่องเที่ยวและการถ่ายภาพไว้ดังต่อไปนี้

อ่านต่อ

10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เมืองเวนิส (Venice / Venezia) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี (Italy) ในพื้นที่ของแคว้นเวเนโต (Veneto Region) ซึ่งเป็นแคว้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของประเทศอิตาลี แคว้นนี้มีเกาะเล็กเกาะน้อยภายในอาณาบริเวณอยู่ราวหนึ่งร้อยกว่าเกาะ โดยเมืองเวนิสนั้นเป็นเมืองเอกของแคว้นเวเนโตและยังเป็นเมืองที่คนทั่วโลกขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งสายน้ำและความโรแมนติก” เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นหมู่เกาะที่มีกระแสน้ำทะเลไหลเซาะเข้าไปในฝั่งจนเกิดเป็นคลองสีเขียวอมฟ้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่มีชื่อว่า “คลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal)” ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่ใช้สัญจรไปมาโดยเรือหลากหลายประเภทอย่างเช่น “Water-bus” ซึ่งเป็นเรือขนส่งสาธารณะหลักของเมือง และ “เรือกอนโดล่า (Gondola)” ซึ่งเป็นเรือท้องถิ่นประจำเมืองเวนิส ประกอบกับทิวทัศน์บริเวณสองฝั่งคลองที่เรียงรายด้วยอาคารและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่หลายแห่ง เกิดเป็นทัศนียภาพอันสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของวิถีชีวิตแห่งเวนิสที่สร้างความประทับใจให้กับเหล่านักท่องเที่ยวที่มาเยือน

อ่านต่อ

เทศกาลเวนิสคาร์นิวัล เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เวนิส คาร์นิวัล (Venice Carnival) เป็นเทศกาลระดับโลกที่จัดขึ้นทุกปีในเมืองเวนิส เป็นเทศกาลที่ผู้คนจากทั่วสารทิศจะสวมหน้ากากที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงและแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองโบราณของชาวเวเนเชียนออกมาเดินพาเหรด เต้นรำเฉลิมฉลอง สนุกสนานเพลิดเพลินกับดนตรีสดบริเวณจัตุรัส และสถานที่สำคัญต่างๆ ภายในเมือง โดยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นประมาณช่วงปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ และกินระยะเวลาประมาณสองสัปดาห์ และจะจบลงในวัน Shrove Tuesday ซึ่งเป็นวันฉลองก่อนถึงเทศกาลถือศีลอดของศาสนาคริสต์ โดยพื้นที่ยอดนิยมที่ผู้คนนิยมมารวมตัวกันคือบริเวณจัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค เพราะเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมที่เต็มไปด้วยแลนด์มาร์กโบราณสถานอันสวยงามประจำเมืองเวนิส

อ่านต่อ

เกาะซานจิออร์จิโอแม็กจิออเร่ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เกาะซานจิออร์จิโอแม็กจิออเร่ (San Giorgio Maggiore) เป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของเมืองเมืองเวนิส ตรงข้ามกับจตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค โดดเด่นด้วยโบสถ์หินอ่อนเก่แก่สีขาวที่มีโดมขนาดใหญ่ด้านบน และหอระฆังความสูง 63 เมตรที่ด้านบนเป็นหอชมเมืองซึ่งสามารถชมทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองเวนิส และเห็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเวนิสได้หลายแห่ง อาทิเช่น หอระฆังซานมาร์โคและพระราชวังปาลัซโซ่ดูคาเลที่ตั้งอยู่ในฝั่งตรงข้าม อีกทั้งยังสามารถชมทิวทัศน์อันน่าประทับใจของท้องทะเลและหมู่เกาะต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้โดยรอบ เกาะนี้จึงเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเมืองเวนิสที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากอีกแห่งหนึ่ง

อ่านต่อ

เกาะบูราโน่ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เกาะบูราโน่ (Burano) เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงอันสงบสุข โดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนสีสันสดใสเรียงรายอยู่บนเกาะ และหอเอียงแห่งบูราโน่ (Burano's Leaning Bell Tower) ซึ่งเป็นหอระฆังความสูง 53 เมตรที่มีความเอียงจากการทรุดตัวของพื้นดินด้านล่าง นอกจากทัศนียภาพอันสวยงามบนเกาะแล้ว ที่นี่ยังมีชื่อเสียงด้านงานหัตถศิลป์ในการถักทอผ้าลูกไม้ ซึ่งจัดเป็นศิลปาชีพท้องถิ่นของเกาะแห่งนี้ที่สร้างรายได้จำนวนมากให้กับชาวบ้าน โดยนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ผ้าลูกไม้เมอร์เล็ตโต (Museo del Merletto) ที่จัดแสดงความเป็นมาของการผลิตผ้า และยังมีร้านค้าและร้านขายของที่ระลึกให้ซื้อสินค้าติดมือกลับไปได้อีกด้วย นอกจากนี้ เนื่องด้วยเป็นหมู่บ้านชาวประมง ของขึ้นชื่อของที่นี่จึงเป็นความสดของปลาทะเลที่นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองรสชาติได้จากร้านอาหารต่างๆ ที่อยู่บนเกาะ เกาะบูราโน่จึงเป็นหนึ่งในหมู่เกาะของเวนิสที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

คลองแกรนด์คาแนล เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

คลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal / Canalazzo) เป็นคลองใหญ่ใจกลางเมืองเวนิส และยังเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักของเมืองอีกด้วย ในคลองแกรนด์คาแนลมีเรือสัญจรไปมามากมาย ทั้งเรือสาธารณะอย่าง Water-bus เรือแท็กซี่เฟอร์รี่ และ และเรือกอนโดล่าซึ่งเป็นเรือพายท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้บริการเพื่อที่จะได้ล่องเรือเที่ยวชมความสวยงามของทัศนียภาพสองฝั่งคลองอย่างใกล้ชิด บริเวณริมคลองสองฝั่งโดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนที่มีความหลากหลายทางด้านสถาปัตยกรรมในยุคต่างๆ ด้วยเหตุนี้ คนทั่วโลกจึงมักจะนึกถึงภาพคลองแกรนด์คาแนลเป็นอันดับแรกเมื่อกล่าวถึงเมืองเวนิส เพราะเป็นภาพสะท้อนบรรยากาศและวิถีชีวิตของเมืองแห่งสายน้ำและความโรแมนติกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมืองแห่งนี้

อ่านต่อ

พระราชวังปาลัซโซ่ดูคาเล เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

พระราชวังปาลัซโซ่ดูคาเล หรือพระราชวังโดจ (Palazzo Ducale / Doge's Palace) เป็นพระราชวังเก่าที่มีอายุราวหนึ่งพันปี ตั้งอยู่ในบริเวณของจัตุรัสซานมาร์โคที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งเมืองเวนิส แต่เดิมพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของเจ้าเมืองเวนิสที่เรียกว่า “โดจ (Doge)” และยังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการในสมัยนั้นอีกด้วย ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้สาธารณะเข้าชม โดยตั้งแต่แรกสร้างจนถึงช่วงศตวรรษที่ 18 ได้มีการปรับโครงสร้าง เพิ่มอาคารส่วนต่อขยาย รวมถึงสร้างขึ้นใหม่อยู่หลายครั้ง ด้วยเหตุนี้ พระราชวังแห่งนี้จึงเป็นแลนด์มาร์กเชิงประวัติศาสตร์ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในรูปแบบผสมผสานทั้งแบบเวเนเชียน ไบเซนไทน์ เรเนซอง และโกธิก รวมถึงการตกแต่งภายในและภายนอกอันสวยงามทรงคุณค่าที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะสมัยนิยมในยุคนั้น ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเวนิสอีกแห่งหนึ่งที่ควรค่าต่อการเข้าชม

อ่านต่อ

มหาวิหารซานตามารียา กลอริโอซา เดอี ฟรารี เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

มหาวิหารซานตามารียา กลอริโอซา เดอี ฟรารี (Basilica di Santa Maria Gloriosa dei Frari) มักเรียกสั้นๆ ว่าโบสถ์ฟรารี เป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโกธิกแบบเรียบง่าย ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับจัตุรัสแคมโปเดอีฟรารี (Campo dei Frari) ในพื้นที่ของเขตซานโปโล (San Polo) สถานที่แห่งนี้เป็น ศาสนสถานเชิงประวัติศาสตร์ที่มีอายุหลายร้อยปี ปัจจุบันเป็นทั้งโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิก และสถานที่เก็บรักษาและจัดแสดงผลงานศิลปะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคริสตศาสนาจำนวนหลายชิ้น โดยเฉพาะงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับพระแม่มารี ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจอีกแห่งหนึ่งในเมืองเวนิส

อ่านต่อ

มหาวิหารซานตามารียา เดลล่า ซาลูเต เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

มหาวิหารซานตามารียา เดลล่า ซาลูเต (Basilica di Santa Maria della Salute / Basilica of Saint Mary of Health) มักเรียกกันสั้นๆ ว่าโบสถ์ซาลูเต เป็นโบสถ์เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิส โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมบาโรกที่มีหลังคาโดมขนาดใหญ่ และมีรูปปั้นพระแม่มารีประดิษฐานอยู่ด้านบน มหาวิหารแห่งนี้เป็นดั่งศรัทธาของเมืองเวนิส เพราะสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระแม่มารีที่ช่วยพิทักษ์รักษาเมืองเวนิสให้รอดพ้นจากโรคระบาดในช่วงศตวรรษที่ 16 มหาวิหารแห่งนี้จึงเป็นแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงประจำเมืองเวนิสอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี อีกทั้งด้วยตำแหน่งที่ตั้งของมหาวิหารที่อยู่ริมชายฝั่งติดกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะปันตาเดลล่าโดกานา (Punta della Dogana) ซึ่งเป็นบริเวณที่คลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal) และคลองจิวเดคก้า (Giudecca Canal) มาบรรจบกันที่อ่าวซันมาร์โก (San Marco Basin) เกิดเป็นความสวยงามทางธรรมชาติของสายน้ำที่มีเรือแล่นผ่านไปมาโดยมีฉากหลังเป็นมหาวิหารอันยิ่งใหญ่

อ่านต่อ

สะพานบริดจ์ออฟไซส์ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

สะพานบริดจ์ออฟไซส์ (Bridge of Sighs / Ponte dei Sospiri) เป็นสะพานประวัติศาสตร์ของเมืองเวนิส สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เป็นสะพานหินโค้งเก่าแก่ที่มีลักษณะปิดทึบรอบด้าน ทอดข้ามคลองข้ามคลองริโอเดลปาลัซโซ่ (Rio del Palazzo)เชื่อมระหว่างพระราชวังปาลัซโซ่ดูคาเล่ (Palazzo Ducale) กับคุกที่อยู่อีกฟากของฝั่งคลอง ชื่อของสะพานมีความหมายว่า สะพานแห่งเสียงถอนหายใจ เพราะเมื่อนักโทษถูกพิจารณาคดีและนำตัวไปยังที่คุมขังจะต้องผ่านสะพานนี้เพื่อข้ามไปยังคุก ซึ่งนักโทษจะมองเห็นอิสรภาพของโลกภายนอกครั้งสุดท้ายได้จากช่องหน้าต่างเล็กๆ บนสะพานแห่งนี้ ซึ่งนำมาสู่ความเศร้าและเสียงถอนใจ จึงกลายเป็นชื่อเรียกของสะพานนับแต่นั้นมา ในปัจจุบัน สะพานบริดจ์ออฟไซส์และคุกกลายส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ในความดูแลของพระราชวัง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ให้กับคนรุ่นหลังได้เที่ยวชมและศึกษา ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเวนิสอีกแห่งหนึ่ง

อ่านต่อ

การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

การเดินทางมายังเมืองเวนิส (Venice) ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี (Italy) นั้นสามารถมาได้ทั้งทางเครื่องบินและรถไฟ โดยทางเครื่องบินนิยมลงที่สนามบินเวนิสมาร์โคโปโล (Venice Marco Polo Airport) และต่อรถบัสเข้าไปยังตัวเมืองเวนิส สำหรับทางรถไฟจะเป็นการเดินทางจากเมืองต่างๆ ในยุโรป มาลงยังสถานีรถไฟเวเนเซียซานตาลูเซีย (Stazione di Venezia Santa Lucia) ซึ่งเป็นสถานีรถไฟหลักของเมืองเวนิสที่มีเส้นทางเดินรถเชื่อมต่อกับเมืองต่างๆ ในประเทศอิตาลี รวมถึงเมืองหลักต่างๆ ในประเทศแถบยุโรป

อ่านต่อ

สะพานริอัลโต เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

สะพานริอัลโต (Ponte di Rialto / Rialto Bridge) เป็นสะพานหินซุ้มโค้งเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี ทอดข้ามคลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal) เชื่อมพื้นที่ระหว่างเขตซานมาร์โค (San Marco) และเขตซานโปโล (San Polo) เข้าไว้ด้วยกัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิสที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เพราะเป็นแลนด์มาร์กที่ตั้งอยู่กลางแหล่งช้อปปิ้ง และเป็นจุดชมวิวคลองแกรนด์คาแนลบริเวณโค้งน้ำที่มีทัศนียภาพอันสวยงามอีกจุดหนึ่งของลำคลอง สะพานนี้จึงเป็นอีกหนึ่งในภาพจำของเมืองเวนิสที่คนทั่วโลกนึกถึง

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยู เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยู (BMW Museum) และอาคารบีเอ็มดับเบิลยูเวลท์ (BMW Welt) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโอลิมเปียปาร์ค ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยูเป็นอาคารทรงกลมสีเงินซึ่งเรียกกันว่าพิพิธภัณฑ์ทรงถ้วย (the museum bowl) ส่วนอาคารบีเอ็มดับเบิลยูเวลท์มีความโดดเด่นด้วยอาคารทรงนาฬิกาทรายที่ตกแต่งด้วยกระจกรูปทรงเรขาคณิต ทั้งสองอาคารอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป จัดเป็นสองแลนด์มาร์กอีกแห่งหนึ่งของเมืองมิวนิคที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่ชื่นชอบด้านยานยนต์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ด้านในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้อมูลและยานยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีรอบเข้าชมที่มีบรรยายภาษาอังกฤษและภาษาเยอรมันให้เลือกได้ตามต้องการ ผู้เข้าชมจะได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกว่าทำไมแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูถึงเป็น หนึ่งในแบรนด์รถยนต์ชั้นนำของโลก นอกจากในส่วนของพิพิธภัณฑ์แล้ว ในละแวกเดียวกันยังเป็นพื้นที่ของบีเอ็มดับเบิลยูสำนักงานใหญ่ (BMW Headquarter) และฐานการผลิต BMW Group Plant อีกด้วย ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองมิวนิคที่ไม่ควรพลาดชม

อ่านต่อ

เปียซซาเดลลาซิญญอเรีย เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี

เปียซซาเดลลาซิญญอเรีย (Piazza della Signoria) จัตุรัสกลางเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ที่ล้อมรอบด้วยอาคารสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์และประติมากรรมเอกของโลกอย่าง David (จำลอง) น้ำพุเนปจูน (Fountain of Neptune) และหอศิลป์กลางแจ้ง Loggia dei Lanzi ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์การเมืองและการฟื้นฟูศิลปวิทยาการของทวีปยุโรปได้เป็นอย่างดี เมืองฟลอเรนซ์จึงได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1982

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์ เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (Rijksmuseum) หรือพิพิธภัณฑ์เร็กซ์เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวดินแดนกังหันลมแห่งนี้ เพราะที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศที่รวบรวมวัตถุโบราณ งานศิลปะเก่าแก่และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้มากมาย โดยในแต่ละปีนั้นมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้กว่าล้านคน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะห์ เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะห์ (Van Gogh Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์สไตล์โมเดิร์นที่เก็บรวบรวมผลงานจำนวนมากที่สุดของศิลปินเอกชาวดัตช์ผู้นี้ ผู้ซึ่งขายภาพของตัวเองได้เพียงชิ้นเดียวขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ และไม่เคยได้มีโอกาสได้รับรู้ถึงความโด่งดังและมูลค่าอันมหาศาลของผลงานตัวเองในเวลาต่อมาเลย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต (Choco Story Museum) สวรรค์ของคนรักช็อกโกแลตกับพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงพัฒนาการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ของพืชเศรษฐกิจหลักประจำเมืองบรัสเซลส์อย่างต้นโกโก้ ต้นน้ำของผลิตผลยอดนิยมในเบลเยียมที่แปรรูปมาเป็นโกโก้ ช็อกโกแล็ต รสชาติเยี่ยม ซึ่งนักท่องเที่ยวยังสามารถชิมช็อกโกแลตจากเชฟคุณภาพที่มาสาธิตวิธีทำช็อกโกแลตให้เราชมกันในพิพิธภัณฑ์ด้วย

อ่านต่อ

ประติมากรรมแมนเนเกน พิส และพิพิธภัณฑ์เสื้อผ้าแมนเนเกน พิส เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

ประติมากรรมแมนเนเกน พิส และพิพิธภัณฑ์เสื้อผ้าแมนเนเกน พิส (Manneken Pis & Garderobe Manneken Pis) แลนด์มาร์กยอดนิยมแห่งนี้ คือประติมากรรมเด็กชายกำลังยืนปัสสาวะ ที่กลายมาเป็นภาพแทนทางวัฒนธรรมของเมืองบรัสเซลส์ ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมกันหนาแน่นที่สุดจุดหนึ่งของเมือง และบริเวณใกล้เคียงกันยังมีพิพิธภัณฑ์เสื้อผ้าของเด็กชายที่รวบรวมเครื่องแต่งกายตามประเพณีพื้นเมืองและเทศกาลของบรัสเซลส์ และของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่จัดแสดงเป็นคอลเลกชั่นกว่า 1,000 ชุด

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์หลวงแห่งเบลเยียม เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์หลวงแห่งเบลเยียม (Royal Museum of Fine Arts of Belgium) เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ที่เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมขนาดใหญ่ของประเทศ ภายในมีงานศิลป์ที่จัดแสดงรวมกว่า 20,000 ชิ้น ซึ่งรวบรวมมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 จนถึงปัจจุบัน มีคอลเลกชั่นผลงานของศิลปินชื่อดังระดับโลกหลายคน และเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการถาวร นิทรรศการชั่วคราว ตลอดจนงานอีเว้นท์ทางศิลปะที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมกันหนาแน่นทุกวัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เมืองบรัสเซลส์ เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

พิพิธภัณฑ์เมืองบรัสเซลส์ (Brussels City Museum) สถานที่ซึ่งตั้งอยู่ภายในสถาปัตยกรรมมรดกโลกอย่างอาคารแมซง ดูว์ รัว แห่งนี้ คือพิพิธภัณฑ์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองบรัสเซลส์ผ่านมรดกทางวัฒนธรรมกว่า 7,000 ชิ้น ทั้งงานประติมากรรม, ภาพวาด, สิ่งทอ, เครื่องแต่งกาย ฯลฯ ที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพความยิ่งใหญ่ และเสน่ห์ชวนหลงใหลของเมืองได้แบบชัดเจน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตเมืองโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตเมืองโคโลญ (Cologne Chocolate Museum / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Schokoladenmuseum Köln) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งเมืองโคโลญ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์ (Rhine River) บริเวณท่าเรือไรโน (Rheinau harbour) ไม่ไกลจากมหาวิหารโคโลญ พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติของช็อกโกแลตตั้งแต่แรกเริ่มจากการปลูกเมล็ดโกโก้ไปจนถึงกระบวนการผลิตช็อกโกแลตในโรงงาน รวมถึงวัฒนธรรมและของสะสมของแต่ละท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับช็อกโกแลตตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน และที่เป็นจุดเด่นที่สุดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือ น้ำพุช็อคโกแลตความสูงราวสามเมตรนอกจากนี้ยังมีส่วนของคาเฟ่และร้านขายช็อกโกแลต ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองรสชาติของช็อคโกแลตและขนมที่ทำจากช็อคโกแลตอันแสนอร่อยอีกด้

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ลุดวิก เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์ลุดวิก (Museum Ludwig) ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1976 เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะสมัยใหม่ (modern art) และยังเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกในเมืองโคโลญที่จัดแสดงศิลปะสมัยใหม่ นอกจากนี้ที่นี่ยังจัดแสดงงานศิลปะแนว Pop art และมีการจัดแสดงภาพเขียน Russian Avant-garde ที่มีอายุอยู่ในช่วงค.ศ. 1906 - ค.ศ. 1930 อีกทั้งยังมีผลศิลปะงานนับร้อยชิ้นของ Pablo Picasso อีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า (Nagoya Science Museum) แหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ภายในมีส่วนจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ธรรมชาติวิทยา ฯลฯ เป็นที่ตั้งของท้องฟ้าจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของสถาปัตยกรรมรูปโลกสีเงินขนาดใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันตลอดทั้งวัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเอวานอส จังหวัดเนฟเชียร์ ประเทศตุรกี

พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเอวานอส (Avanos Pottery Center / Cappadocia Underground Ceramic Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาใต้ดินที่ขุดเจาะจากหินแห่งแรกของโลก (The World’s first rock-carved underground ceramic museum) ที่จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาหรือเซรามิกร่วม 500 ชิ้น เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของการทำเครื่องปั้นดินเผาในเอวานอส แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพดีและขึ้นชื่อของประเทศตุรกีที่ทำสืบทอดกันมายาวนานกว่า 2,000 ปี

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม จังหวัดเนฟเชียร์ ประเทศตุรกี

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Goreme Open Air Museum) เป็นสถานที่ทางจิตวิญญาณอันเกิดจากการสลักหิน ที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้เข้าใจถึงอิทธิพลของศาสนาในสมัยโบราณ และเรียนรู้เรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษชาวคัปปาโดเชียน (Cappadocian) ได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นบริเวณที่สามารถนั่งดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์โดยรอบอันงดงาม

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูไบ รัฐดูไบ ประเทศอาหรับเอมิเรตส์

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูไบ (Dubai Aquarium) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 8 ของโลกแห่งนี้ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ทางทะเลที่มีสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลให้เยี่ยมชมกว่า 33,000 ชนิด พร้อมกิจกรรม และการแสดงต่างๆ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสบรรยากาศของโลกใต้ท้องทะเลอย่างจุใจ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ดูไบ รัฐดูไบ ประเทศอาหรับเอมิเรตส์

พิพิธภัณฑ์ดูไบ (Dubai Museum) แหล่งรวบรวมประติมากรรม งานศิลป์ ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ เกี่ยวกับโลกอาหรับที่ใหญ่ และมีเนื้อหาครอบคลุมที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอาหรับเอมิเรตส์ ตัวพิพิธภัณฑ์ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า ภายในมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามานำเสนอเรื่องราวน่าสนใจของชาวอาหรับให้กับผู้เข้าชมได้อย่างลงตัว

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์และโบสถ์ฮาเกีย โซเฟีย เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

ฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) เป็นโบสถ์ทรงโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมโบสถ์ของคริสต์ศาสนิกชนตะวันตกยุคไบแซนไทน์ (Byzantine) ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นสถาปัตยกรรมทางศาสนาที่มีความยิ่งใหญ่และงดงามเท่านั้น ทว่าโบสถ์แห่งนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง รวมถึงได้รับคัดเลือกให้เข้ารอบสุดท้าย 1 ใน 21 สิ่งมหัศจรรย์ในยุคใหม่เมื่อปี ค.ศ. 2007 อีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์อัลเทอ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์อัลเทอ (Alte Museum) หรือหอศิลป์แห่งชาติหลังเก่า (Old National Gallery / ภาษาเยอรมันคือ Alte Nationalgalerie) ของกรุงเบอร์ลิน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งที่สามในจำนวนห้าพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นบนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ตัวอาคารถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับวิหาร บริเวณด้านบนของบันไดด้านหน้าที่ทอดยาวขึ้นสู่ตัวพิพิธภัณฑ์มีพระบรมรูปทรงม้าของกษัตริย์ฟรีดริชวิลเฮ็ล์มที่ 4 (King Friedrich Wilhelm IV) ตั้งอยู่รับกับตัวอาคารที่เป็นฉากหลังอย่างสง่างาม ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะโบราณในช่วงสมัยศตวรรษที่17-19 อันมีชื่อเสียง อาทิเช่น ภาพเขียนของ Adolph Menzel รูปปั้นคู่ของ Princesses Luise และ Friederike of Prussia โดยฝีมือของ Johann Gottfried Schadow ภาพเขียนสีน้ำมันชื่อ Monk by the Sea โดย Caspar David Friedrich ศิลปินชาวเยอรมัน และภาพเขียนสีน้ำมันชื่อ In Summer โดย Pierre-Auguste Renoir เป็นต้น

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์นอยเอส เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์นอยเอส (Neues Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่สองที่ถูกสร้างขึ้นบนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ในกรุงเบอร์ลิน ปัจจุบันที่นี่จัดแสดงของล้ำค่าหาชมได้ยากกว่า 9,000 ชิ้น โดยแบ่งออกเป็นสามโซน ได้แก่ ผลงานศิลปะและของสะสมของชาวอียิปต์โบราณ สิ่งของโบราณที่มีอายุก่อนประวัติศาสตร์ และผลงานศิลปะของกรีกโรมันโบราณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับเป็นชิ้นส่วนสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ได้จากการสำรวจพบจากดินแดนของยุโรป และดินแดนตะวันออกกลางในอดีต บางส่วนมีอายุตั้งแต่ก่อนยุคหินไปจนถึงยุคกลาง ตัวอย่างสิ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเช่น ประติมากรรมจำลองราชินีเนเฟอร์ตีติ (Nefertiti Bust) รูปสลักกรีนเฮด (Green Head) จารึกต่างๆ บนกระดาษปาปิรุส (Papyrus texts) จากดินแดนอียิปต์โบราณ รวมถึงสิ่งที่เก่าแก่ที่สุดอย่างขวานโบราณอายุ 700,000 ปีจากยุคหินเก่า เรียกได้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมวิวัฒนาการทางด้านศิลปะ และสถาปัตยกรรมของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัยจากดินแดนเกือบทั่วโลกเอาไว้ในที่เดียว

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์อัลเทส เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์อัลเทส (Altes Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ และเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกในจำนวนห้าพิพิธภัณฑ์ ที่ถูกสร้างขึ้นบนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / ภาษาเยอรมันคือ Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ในกรุงเบอร์ลิน ตัวอาคารมีความอลังการโดดเด่น สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ที่มาเที่ยวชม เพราะถูกสร้างโดยอิงแบบจากวิหารแพนธีออน (The Pantheon) ในกรุงโรม (Rome) ด้วยสถาปัตยกรรมกรีกโรมันโบราณ (Neoclassical architecture) ในรูปแบบเสาหินขนาดมหึมาจำนวนสิบแปดต้นเรียงรายทอดยาวสร้างความโอ่อ่าให้กับตัวอาคาร รวมถึงขั้นบันไดหินกว้าง และภายในห้องโถงทรงกลมขนาดใหญ่รายล้อมด้วยรูปสลักโบราณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งสะสมโบราณวัตถุอันน่าทึ่งมากมายจากกรีซ (Greece) โรมัน (Roman) และอีทรัสคัน (Etruscan) ในช่วงศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล มีตั้งแต่สมบัติชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่าง เหรียญ เครื่องประดับ แจกัน ไปจนถึงผลงานศิลปะและประติมากรรมขนาดใหญ่ เช่น ผลงานประติมากรรมศีรษะของซีซาร์ (Caesar) และพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) เป็นต้น พิพิธภัณฑ์อัลเทสได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ในปีค.ศ. 1993 และเกาะพิพิธภัณฑ์ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) เช่นกันในปีค.ศ. 1999

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน (Pergamon Museum / Pergamonmuseum) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่ห้าตั้งอยู่บนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ในเมืองเบอร์ลิน พิพิธภัณธ์แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ที่หลงใหลในโบราณสถานและโบราณวัตถุ เพราะได้เก็บรักษาและรวบรวมสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของตะวันออกโบราณ อิหร่าน คาบสมุทรแถบเอเชียตะวันตก อียิปต์ และดินแดนยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีทั้งโบราณวัตถุและโบราณสถานที่เคยยิ่งใหญ่รุ่งเรืองในยุคหลายร้อยปีก่อนและหลังคริสตกาล บางส่วนผุพังและได้รับความเสียหายไปตามกาลเวลา แต่เมื่อถูกค้นพบ จึงได้รับการบูรณะซ่อมแซมแล้วย้ายมาเก็บรักษาไว้ที่นี่ ตัวอย่างเช่น ประตูเมืองอิชตาร์แห่งนครบาบิโลน (Ishtar Gate of Babylon) แท่นบูชาเพอร์กามอน (Pergamon Altar) อายุ 150 ปีก่อนคริสตกาล ของกรีกโบราณ (ส่วนนี้ปิดปรับปรุงถึงปี 2024) ประตูตลาดมิเลตุส (Market Gate of Miletus) ช่วงศตวรรษที่ 2 หลังคริสตกาลในสมัยโรมัน และกำแพงหินมัชชาตาฟาเคด (Mschatta Façade) หนึ่งในชิ้นส่วนโบราณสถานของปราสาทในทะเลทรายประเทศจอร์แดนที่สะท้อนศิลปะของชาวอิสลามโบราณ ดังนั้นสิ่งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงนับว่ามีคุณค่ามหาศาล คุ้มค่าต่อการเข้าชม เพราะไม่สามารถหาดูได้จากที่ไหนได้อีก

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์โบด เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์โบด (Bode Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่สี่ในห้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ตั้งอยู่บนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ซึ่งเกาะนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) World Heritage Sites ในปี ค.ศ. 1999 พิพิธภัณฑ์โบดตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดบนเกาะพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากบรรดานักท่องเที่ยวผู้หลงใหลในผลงานศิลปะ เพราะที่นี่จัดแสดงผลงานประติมากรรม ชุดสะสมเหรียญโบราณ และผลงานศิลปะในยุคไบแซนไทน์ (Byzantine Art) ในช่วงศตวรรษที่ 13 ถึง 18 อันเก่าแก่ ทรงคุณค่า และหาดูได้ยากไว้อย่างมากมาย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (Metropolitan Museum of Art) หรือ The Met เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ดีที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา จัดแสดงงานศิลปะกว่าสองล้านชิ้นที่มีอายุกว่า 5,000 ปีจากทั่วโลกทั้งที่มาจากยุโรป แอฟริกา และเอเชีย เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตอยู่บนพื้นที่กว่าสองล้านตารางฟุต ยาวประมาณ 1 ใน 4ไมล์ ด้วยความงามของอาคารศิลปะโกธิคแบบดั้งเดิม ด้านหน้าตึกและภายในโถงหลักเป็นศิลปะ Beaux-Arts สไตล์ฝรั่งเศส ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกเปรียบเป็นพระราชวังสาธารณะแห่งเมืองนิวยอร์ก

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ราเมง จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์ราเมง (Yokohama Ramen Museum) พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารขึ้นชื่อของญี่ปุ่นอย่าง ราเมง (Remen) เอาไว้แบบอัดแน่นทั้งเนื้อหาและความอร่อย เพราะภายในมีทั้งโซนที่จัดแสดงประวัติศาสตร์น่าสนใจของราเมง โซนที่มีการจำลองหมู่บ้านญี่ปุ่นในสมัยโบราณที่เป็นต้นตำรับของร้านราเมงสมัยอดีต พร้อมนำร้านราเมงเจ้าดังจากทั่วประเทศญี่ปุ่นหมุนเวียนมาเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เลือกกินกันตลอดทั้งปี

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์การ์ติเย่ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พิพิธภัณฑ์การ์ติเย่ (Museums Quartier; MQ) คือศูนย์กลางของคนรักงานศิลปะที่โด่งดังและเรียกว่าใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งคนในแวดวงศิลปะคงไม่มีใครไม่รู้จัก พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตรแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดการแสดงศิลปะและวัฒนธรรม ทั้งร่วมสมัยและคลาสสิกของออสเตรียและนานาชาติ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เอฟิซัส เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พิพิธภัณฑ์เอฟิซัส (Ephesos Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุซึ่งค้นพบจากเมืองเอฟิซัส (Ephesus) เมืองที่เคยรุ่งเรืองในสมัยกรีกโบราณซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก วัตถุที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีทั้งงานประติมากรรมปูนปั้น รูปสลักของเทพเจ้าต่างๆ ตามความเชื่อของกรีก ซากซุ้มประตูและเสาวิหาร ซึ่งเต็มไปด้วยความน่าสนใจเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าต่อประวัติศาสตร์โลก

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์อัลแบร์ทินา เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พิพิธภัณฑ์อัลแบร์ทินา (Albertina Museum) คือสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมผลงานศิลปะต้นฉบับของรูเบินส์ (Rubens), โมเนต์ (Monet), ปิกัสโซ (Picasso), เรมบรานดต์ (Rembrandt) และศิลปินระดับโลกอีกมากมายในพระราชวังที่พำนักซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ณ กรุงเวียนนา

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ออร์แซ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส

พิพิธภัณฑ์ออร์แซ (Musée d’Orsay หรือ Orsay Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นการจัดแสดงผลงานจำนวนมากจาก ค.ศ.1848 -1914 ในศตวรรษที่ 19 โดยเป็นช่วงที่งานศิลปะแนวอิมเพรสชั่นนิสม์เฟื่องฟูอย่างมาก ซึ่งเอกลักษณ์และความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือดัดแปลงมาจากสถานีรถไฟเก่า จึงมีห้องโถงยาวๆ สวยงามสำหรับจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ

อ่านต่อ

โยโกฮาม่า แลนด์มาร์ก ทาวเวอร์ จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น

โยโกฮาม่า แลนด์มาร์ก ทาวเวอร์ (Yokohama Landmark Tower) อาคารสูงใหญ่ที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญประจำอ่าวโยโกฮาม่าอันมีชื่อเสียงของจังหวัดคานากาว่า ตัวอาคารมีความสูงถึง 296 เมตร ภายในอาคารมีจุดชมวิวลอยฟ้าที่สามารถเห็นทัศนียภาพของเมืองได้แบบกว้างไกลสุดสายตา

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล (Cup Noodles Museum) พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวน่าสนใจต่างๆ เกี่ยวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอาไว้แบบครบวงจร ตั้งแต่จุดกำเนิดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กระบวนการผลิต คอลเลกชันบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหายาก มีเวิร์กชอปให้นักท่องเที่ยวได้ทำบะหมี่ของตัวเอง ที่สามารถปรุงแต่งรสชาติ และวัตถุดิบพร้อมออกแบบลวดลายของถ้วยบะหมี่ตามจินตนาการเราเองกลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะ (Fukuoka Art Museum) แหล่งเก็บรวบรวมงานศิลปะสำคัญทั้งของประเทศญี่ปุ่น และของต่างประเทศกว่า 16,000 ชิ้น ภายในมีการจัดแสดงผลงานทางศิลปะที่หลากหลาย ตามหัวข้อที่น่าสนใจ ทั้งภาพวาด งานประติมากรรม ภาพเขียน เครื่องเซรามิก ฯลฯ พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมทำกันตลอดทั้งวัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 11 กันยายน เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 11 กันยายน (9/11 Memorial) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ชาวอเมริกันและประชาชนทั่วโลกจนยากจะลืมเลือนครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 11 กันยายน ตั้งอยู่เลขที่ 180 ถนน Greenwich เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถัดจากที่ตั้งเดิมของ World Trade Center มาทางแมนฮัตตัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เมลเบิร์น เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

พิพิธภัณฑ์เมลเบิร์น (Melbourne Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญของออสเตรเลียที่จัดแสดงเรื่องราวตั้งแต่ยุคของผู้มาถึงเป็นกลุ่มแรก ไปจนถึงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่หลากหลายได้อย่างน่าสนใจ และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในเมลเบิร์น

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง จังหวัดโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan) คือแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติของมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สร้างขึ้นมาให้คล้ายกับสภาพแวดล้อมโดยธรรมชาติของมหาสมุทรแปซิฟิกมากที่สุด ในพื้นที่ขนาดใหญ่จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปเอเชีย ด้านในจะมีการจัดแสดงสิ่งมีชีวิตไว้ตามถิ่นที่อยู่ การจัดแสดงสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของพื้นที่ที่อยู่รอบมหาสมุทรแปซิฟิก และยังมีส่วนจัดแสดงธรรมชาติบนบกทั้งป่าไม้ พืชพันธุ์หายาก และสัตว์บกอื่นๆ รวมแล้วมีสัตว์จัดแสดงทั้งหมด 30,000 ชีวิต มากกว่า 620 สายพันธุ์ ทำให้นอกจากนักท่องเที่ยวปกติแล้ว ยังมีนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมแวะเวียนมาศึกษากันเป็นประจำ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

กรุงเวียนนาเป็นหนึ่งในเมืองประวัติศาสตร์ที่สวยที่สุดในยุโรป และนับเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของทวีป และภายใต้การปกครองของราชวงศ์ฮอฟบวร์กที่ปกครองประเทศออสเตรียเป็นเวลายาวนานกว่า 700 ปี เวียนนาจึงได้หลอมรวมเอาความคิดสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก และสิ่งต่างๆ ได้กลายมาเป็นมรดกอันยิ่งใหญ่ในพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายแห่ง รวมถึง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches Museum) และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Naturhistorisches Museum)

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติออสเตรเลีย เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติของออสเตรเลีย (Australian National Maritime Museum) ตั้งอยู่บริเวณดาร์ลิ่งฮาร์เบอร์ (Darling Harbour) ใจกลางเมืองซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ พิพิธภัณฑ์มีลักษณะเป็นอาคารขนาดใหญ่ 2 ชั้นสีขาว สถาปนิกผู้ออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ ฟิลิป ค็อกซ์ (Philip Cox) แม้ว่าเดิมทีนั้นมีกำหนดวันเปิดตัวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในปี ค.ศ.1988 แต่ด้วยความล่าช้าในการก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ บวกกับความขัดแย้งระหว่างรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐบาลกลางเกี่ยวกับความรับผิดชอบด้านงบประมาณ ส่งผลให้พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติของออสเตรเลียสร้างแล้วเสร็จและเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1991 พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติของออสเตรเลียเป็นเป็นหนึ่งในหกพิพิธภัณฑ์ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลกลาง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางระดับประเทศสำหรับการเก็บรักษา จัดแสดง การวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับโบราณคดีการเดินเรือของออสเตรเลีย ภายในพิพิธภัณฑ์มีหอประภาคารจำลองตั้งโดดเด่นกลางห้อง ตามผนังมีป้ายคำบรรยายเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ มีการจัดแสดงนิทรรศการถาวรหลากหลายน่าประทับใจ รวมถึงโปรแกรมนิทรรศการและกิจกรรมหมุนเวียน เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์การเดินเรือของออสเตรเลียที่เชื่อมเรื่องราว วัตถุ ผู้คน และสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งประเทศออสเตรเลียเข้าด้วยกันได้อย่างน่าสนใจ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติกู้กง เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน

พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ หรือที่เรียกกันว่าพิพิธภัณฑ์กู้กง คือสถานที่เก็บสมบัติล้ำค่าของชาวจีนที่ท่านผู้นำเจียงไคเช็คได้ขนมาจากพระราชวังต้องห้ามของจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วงที่พ่ายแพ้สงครามกลางเมือง โดยข้าวของราว 620,000 ชิ้นเหล่านั้นมีอายุกว่า 5,000 ปี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กงจึงเป็นสถานที่ที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ต้องการมาเที่ยวเพื่อชมสมบัติเดิมของชาติตน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานศิลปะและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ จากยุคจีนโบราณ เพื่อบอกเล่าความเป็นมาและสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมจีนในอดีต ตัวอาคารภายนอกออกแบบเป็นโดมทรงกลมและมีฐานเป็นทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นสัญลักษณ์ของสวรรค์และพื้นโลกตามหลักแนวคิดโบราณ ตั้งอยู่ส่วนกลางของจัตุรัสประชาชน เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และการปฏิวัติของเว้ จังหวัดเถื่อเทียน เว้ ประเทศเวียดนาม

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และการปฏิวัติของเว้ (Hue Museum of Royal Antiquities) สถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยราชวงศ์เหงียน โดยเป็นสถาปัตยกรรมแบบวังที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเว้ ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามและประณีต

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง เมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง (Tuol Sleng Genocide Museum) ตั้งอยู่ในเมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สำคัญที่บอกเล่าถึงอดีตอันเจ็บปวดของประเทศกัมพูชาที่นักท่องเที่ยวควรหาเวลามาเยี่ยมชมสักครั้ง ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง หรือที่มักเรียกย่อๆว่าตวลสเลง ถูกแปรสภาพจากโรงเรียนให้กลายเป็นคุกเพื่อสอบสวน ทรมาน และสังหารนักโทษที่ถูกกล่าวหาโดยรัฐบาลเขมรแดง เชื่อกันว่าเวลาไม่กี่ปีในช่วง 1975 – 1979 มีผู้ที่เสียชีวิตในสถานที่แห่งนี้ไม่ต่ำกว่าหมื่นคน แม้ทุกวันนี้ตวลสเลงจะไม่ได้เป็นคุกอีกแล้ว แต่เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นั้น รัฐบาลกัมพูชาในปัจจุบันจึงได้เปลี่ยนตวลเสลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความโหดร้ายที่เกิดขึ้นไว้เป็นบทเรียนแก่คนรุ่นหลังต่อไป

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์คาซามะนิลา กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

Casa Manila Museum เป็นคฤหาสน์สมัยอาณานิคมสเปนที่อยู่ในย่านเมืองโบราณอินทรามูรอส สร้างด้วยหินภูเขาไฟและต่อเติมชั้นบนด้วยโครงสร้างไม้กลางคริสต์ศตวรรษที่19 ภายในตกแต่งด้วยเครื่องเรือน ของประดับบ้าน และงานศิลปะสมัยโบราณ ตัวอาคารสะท้อนให้เห็นถึงความมั่งคั่งของตระกูลต่างๆ ที่อาศัยอยู่ภายใต้การปกครองของสเปน อธิบายถึงวิถีชีวิตของชาวอาณานิคมในยุคล่าอาณานิคมของสเปนในฟิลิปปินส์

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านกวางโจว (พิพิธภัณฑ์บ้านตระกูลเฉิน) เมืองกวางโจว ประเทศจีน

พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านกวางโจว หรือพิพิธภัณฑ์บ้านตระกูลเฉิน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสภาพบ้านเรือนและข้าวของเครื่องใช้ของชาวกวางโจวในอดีต ซึ่งมีทั้งเครื่องเรือนไม้โบราณ ฉากไม้ งานปั้นและงานกระเบื้องเคลือบสไตล์จีน งานเย็บปักถักร้อย รวมไปถึงวัตถุหายากต่างๆที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ตั้งอยู่ในเมืองกวางโจว ประเทศจีน

อ่านต่อ

พระบรมมหาราชวัง (พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ) หลวงพระบาง ประเทศลาว

พระราชวังหลวง ปัจจุบันถูกปรับให้เป็นหอพิพิธภัณฑ์หลวง โดยใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงโบราณวัตถุและของมีค่า เช่น บัลลังก์ ธรรมาสน์ เครื่องสูงและราชูปโภคของเจ้าชีวิต พระพุทธรูป และวัตถุโบราณ รวมถึงของขวัญจากประเทศต่างๆ หอพิพิธภัณฑ์พระราชวังหรือหอคำ เดิมคือพระราชวังของเจ้ามหาชีวิตสายหลวงพระบาง จึงเรียกอีกชื่อว่า วังเจ้ามหาชีวิต สร้างเมื่อ พ.ศ. 2447 ในสมัยเจ้ามหาชีวิตสว่างวงศ์ สืบทอดต่อมาถึงสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายของลาว

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

มาดามทุสโซ (Madame Tussauds) คือพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยชื่อเสียงที่มีมายาวนานกว่า 250 ปี และเป็นที่ยอมรับจากสากล โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้นที่จะได้รับเลือกให้เป็นแบบปั้นหุ่น ขี้ผึ้งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ความเหมือน ความสมจริง และความประณีตของหุ่นปั้นของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซคือแรงดึงดูดให้ผู้คนทุกยุคทุกสมัยอยากเข้าไปสัมผัสและชื่นชมอยู่ไม่ขาด

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หรือ Musee Du Lurve ในภาษาฝรั่งเศส เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งรวบรวมผลงานศิลปะสำคัญแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ที่เมืองปารีส แคว้นอิล-เดอ-ฟรองซประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เก็บรวบรวมผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าไว้มากกว่า 35,000 ชิ้น

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ